ค.คิด ข.เขียน เรื่องคน 28 พ.ย. 2550 
ผู้เขียน: เด่นพงษ์ พลละคร
หมวด: Human Resources Management
 
ในฉบับก่อนผมได้เขียนเรื่องการคิดค้นสิ่งใหม่ หรือ Innovation ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น และน่าที่รัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนาควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
หลายท่านที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสาร (IT) คงจะทราบว่า คนที่คิดค้นสิ่งใหม่ๆในยุคปัจจุบันนี้ และที่ร่ำรวยมีชื่อเสียงก้องโลกหลายคน เช่น Bill Gates, Steve Jobs, Michael Dell, Jeff Bezos และเมื่อเร็วๆนี้ก็มีข่าวคนดังรุ่นเยาว์อีกคู่หนึ่งเกิดขึ้นในโลก IT คือ Steve Chen (อายุ 28 ปี) และ Chad Hurley (อายุ 29 ปี) ถึงแม้เขาจะดังเมื่ออายุค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ Gates, Jobs และ Dell แต่ก็เป็นชีวิตที่น่าศึกษา และที่สำคัญ ทั้งสองคนนี้ก็แจ้งเกิดที่อเมริกาอีกเหมือนกัน
Chen เป็นเด็กจีน เกิดที่ไต้หวัน เมื่ออายุ 15 ปี ครอบครับเขาอพยพไปอยู่อเมริกา จึงจบ High School และ มหาวิทยาลัยที่ Illinois ด้านคำนวณและวิทยาศาสตร์ แล้วเข้าทำงานที่ eBay แผนกบริการจ่ายเงินออนไลน์เมื่อปลายปี 1999.
Hurley เป็นเด็กอเมริกัน เกิดและเติบโตที่ Pennsylvania และจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย Indiana ทางด้านศิลปศาสตร์ แล้วเข้าทำงานที่เดียวกันกับ Chen ทั้งสองคนร่วมกันตั้งบริษัทชื่อ YouTube โดยเขาเองทำหน้าที่ CEO เพื่อทำ Video Sharing Website เมื่อปี 2005 หลังจากประสบความสำเร็จในการคิดค้นหาวิธีที่จะนำ Video ออกเผยแพร่ online ทาง websites และอีกหนึ่งปีถัดมา คือเมื่อเดือนตุลาคม 2006 เขาก็ได้ขายกิจการให้กับบริษัท google ไปในราคาสูงถึง 1,650 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทั้งสองหนุ่มกลายเป็นเศรษฐีไปในพริบตา!
 
ความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆนัก พวกเขาจะต้องทำงานหนักทั้งกลางคืน กลางวัน เพราะขณะทีพัฒนาเรื่องนี้ พวกเขายังเป็นลูกจ้างของ eBay อยู่ และยังต้องกู้ยืมเงินจากผู้หลักผู้ใหญ่ ที่พวกเขาเคยทำงานเป็นลูกน้องมาลงทุนในการลองผิดลองถูกอยู่ด้วย
11 เดือนแห่งการคิดค้น ลอง, ผิด, แก้, คิดอีก, ลองอีก, แก้อีก... ในที่สุดความสำเร็จก็เป็นของพวกเขา สำคัญคือเมื่อตั้งใจทำแล้วจะไม่ทิ้ง จะทุ่มเทและทำตามความอยากรู้ อยากเห็นผลสัมฤทธิ์ของตัวอยู่ทุกขณะ เหมือนแมลงมุมที่สร้างใยด้วยความยากลำบาก
จากบทเรียนอันนี้เอง ทำให้ผมได้ความคิดขึ้นมาว่าประเทศไทยเรา อยู่ในท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าทั้งทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยี ซึ่งรู้สึกว่าพวกเราภูมิใจกับความเป็นไปในลักษณะนี้เหลือเกิน พระเดชพระคุณ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) เคยวิพากย์ไว้ในบทความของท่านบ่อยครั้งว่า "น่าเสียดายที่เมืองไทยเรามีคนเก่งเยอะ แต่เราชอบที่จะเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี มากกว่าที่จะเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี" การใช้เทคโนโลยี ก็คือการไปซื้อเขามาใช้ ต้องเสียเงินตราต่างประเทศมากมาย แต่ถ้าเราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาใช้เองได้ เราจะเจริญก้าวหน้าและเป็นประเทศที่ร่ำรวยกว่าประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศ อย่างน้อยในแถบเอเชียอาคเนย์ เพราะเรามีทั้งทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรธรรมชาติที่เหนือกว่าญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน และสิงคโปร์
 
เราเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการผลิตเชิงเศรษฐศาสตร์มากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว แต่เราก็ยังไปได้ไม่ถึงไหน และรู้สึกว่าเรากำลังจะเริ่มหยุดนิ่ง หรือถอยหลังเอาด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านข้างต้น เพราะอะไร?
-          เพราะเราไม่รู้ปัญหา?
-          หรือเพราะเรารู้แต่ไม่ได้คิดแก้?
-          หรือเพราะเราคิดแก้ แต่เราไม่ได้เอาจริง?
 
ผมเองค่อนข้างจะเชื่อว่า เราไม่ได้เอาจริง เราไม่ได้มองไกลเท่าที่ควร ผมจำได้ว่าเราคิดที่จะพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 และเรารู้ว่าทรัพยากรบุคคลของเรายังขาดแคลน โดยเฉพาะวิศวกร แพทย์ และพยาบาล รวมทั้งแรงงานฝีมือ แต่ 50 ปีกำลังจะผ่านไป เราก็ยังคงมีปัญหาเดิมๆอยู่ ก็แสดงว่าเราไม่ได้เอาจริงกับการแก้ปัญหาเหล่านี้
เราพร้อมหรือยังที่จะปรับเปลี่ยนวิธีคิดของคนไทย เราพร้อมหรือยังที่จะปรับเปลี่ยน วัฒนธรรมการเรียน การสอน การบริหารจัดการ ทั้งในวงการรัฐ และวงการเอกชน เพื่อให้สังคมมีเสรีภาพในการคิด มีอิสระในการแสดงออกมากขึ้น เพราะตราบใดที่คนไทยถูกสอนให้คิดในกรอบ การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ หรือ Innovation คงเกิดขึ้นไม่ได้
ที่ผมกล้าพูดเช่นนี้เพราะ การคิดค้นสิ่งใหม่ๆและพัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ขายให้พวกเราบริโภคอยู่ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่มาจากอเมริกา ซึ่งเป็นสังคมอิสระ สังคมเปิดเสรีตั้งแต่วัยเด็กทั้งนั้น ผมจึงอยากลองนำเสนอในที่นี้ว่า อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเรียนการสอนในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยโดยรีบด่วน เพื่อให้เยาวชนไทยมีอิสระในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆขึ้นให้ได้ เพราะผมเชื่อว่ามันสมองของคนไทยมิได้เป็นรองสมองของฝรั่งแน่นอน เพียงแต่เราอยู่กันคนละวัฒนธรรมเท่านั้นเอง สำหรับในองค์กรธุรกิจหรืออุตสาหกรรม ฝ่ายจัดการก็ควรสนับสนุนให้พนักงานมีโอกาสคิดอย่างเสรีมากขึ้น ไม่ควรให้ทำตามคำสั่งอย่างเดียว เพราะจะทำให้ไม่เกิดการคิดค้นสิ่งใหม่ (Innovation)
ถ้าเราทำได้ตามนี้ ผมก็เชื่อว่าคนไทยก็มีสิทธิ์รวยแต่อายุยังน้อยเหมือนเด็กอเมริกันได้เหมือนกัน
 
กลับหน้าหลัก  
Business Management Co., Ltd.  100/75 23rd Floor, Vongvanij-B Building, Rama 9 Road, Huay Kwang, Bangkok 10310
Tel: 0-2645-0152..60     Fax: 0-2645-0161     E-Mail: bmc@consultthai.com