คาถาเพื่อพัฒนาธุรกิจ 30 พ.ย. 2550 
ผู้เขียน: เด่นพงษ์ พลละคร
หมวด: Business
 
ใครก็ตามเมื่อได้เริ่มลงทุนไปแล้ว ก็ย่อมหวังผลกำไรและความเจริญก้าวหน้าของกิจการเป็นธรรมดา 

ไม่มีใครที่จะใจบุญ เอาเงินมาลงทุนเพื่อการกุศล จะขาดทุนไปก็ช่างมัน อย่างนั้นคงเป็นแค่มูลนิธิเพื่อสาธารณกุศลเท่านั้นเอง
ในการทำธุรกิจนั้น สิ่งแรกที่ควรคิดถึงอย่างยิ่งคือ “เราจะทำธุรกิจอะไร?” หรือที่ภาษาฝรั่งเค้าเรียกว่า what business are you in? เช่นเราจะขายก๋วยเตี๋ยว ขายผลไม้ ขายสุรา ขายเครื่องก่อสร้าง ขายรถยนต์ ขายน้ำมัน ขายยารักษาโรค หรือเราจะตั้งโรงงานอุตสาหกรรม เราจะผลิตอะไร? เราจะขายให้ใคร? ตลาดอยู่ที่ไหน? 

เมื่อได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการทำธุรกิจไว้ชัดแจ้งแล้ว เราก็จะต้องดูว่าเราจะจัดองค์การของเราอย่างไร จึงสามารถรองรับวัตถุประสงค์ของธุรกิจของเราได้ เช่น เราจะทำธุรกิจประเภทโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต เราก็จะต้องจัดโครงสร้างธุรกิจของเราให้เป็นแบบโรงงาน มีฝ่ายโรงงาน ฝ่ายผลิต ฝ่ายช่าง ฝ่ายซ่อมบำรุง ฝ่ายจัดซื้อฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายขนส่ง และฝ่ายจัดจำหน่ายเป็นต้น โดยจะต้องดูว่า วัตถุประสงค์ของกิจการของเราคืออะไร แล้วเราก็จัดโครงสร้างขององค์การของเราให้เป็นไปตามนั้น

เมื่อได้โครงสร้างองค์การที่เหมาะสมแล้ว เราก็อาจจะต้องมาดูว่าเราจะมีแผนการ มีกลยุทธในการดำเนินธุรกิจของเราอย่างไรจึงจะอยู่รอด จึงจะเอาชนะคู่แข่งขันได้ จึงจะมีกำไร ได้ทั้งความพอใจของลูกค้า และความพอในของพนักงานในบริษัทเองด้วย

สิ่งที่พึงระวังอีกอย่างหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ ซึ่ง “เถ้าแก่” หรือ “ผู้ประกอบการ” หลายท่านนึกไม่ถึง ก็คือ “ระบบ” หรือ ระเบียบ กฎเกณฑ์ ในการทำงาน ส่วนใหญ่เราจะไว้ใจกัน เราจะพูดจาสั่งงานแบบถือ “บุคคล” เป็นหลัก โดยอาศัยความไว้วางใจกันเป็นเกณฑ์ แต่เมื่อธุรกิจขยายตัวใหญ่โตขึ้น มีเงินทุนมากขึ้น มีพนักงานมากขึ้น “เจ้าของ” หรือ “เถ้าแก่” มักจะเริ่มดูแลไม่ทั่วถึง คนก็มากขึ้น ชักจะไว้ใจกันอย่างเดิมไม่ได้แล้ว ดังนั้น สิ่งซึ่งจะช่วยให้พนักงานแต่ละคนให้ทำงานได้อย่างสะดวก ถูกต้อง และรวดเร็ว ไม่มีผิดพลาด ทั้งยังควบคุมได้ดีด้วย ก็คือ “ระบบ” ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดขององค์การ
ยังไม่พอครับ ทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่มีจิตใจทั้งนั้น แม้เราจะมีวัตถุประสงค์ขององค์การดีแล้ว มีแผนงานและระบบดีแล้ว ธุรกิจของเราก็ยังดำเนินต่อไปไม่ได้อยู่ดี ถึงจะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดมาใช้ ถึงจะมีหุ่นยนต์ราคาตัวละหลายแสนบาทมาใช้ องค์การก็คงดำเนินต่อไปไม่ได้

 มันขาดปัจจัยสำคัญอยู่อีก คือ “พนักงาน” หรือ “คน” ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่จะมาทำให้ “กลไก” ตัวอื่นเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นธุรกิจจึงต้องจ้างคนเข้ามาทำงานในจำนวนที่เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ โดยจะต้องพยายามคิดอยู่เสมอว่า “คน” คือ “ค่าใช้จ่าย” ในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญตัวหนึ่ง
แต่ “คน” เป็นปัจจัยในการดำเนินธุรกิจที่มีลักษณะแปลกกว่าเครื่องจักร หรือ ปัจจัยตัวอื่นก็ในแง่ที่ว่า “คน” หรือพนักงาน หรือคนงาน ที่เราจ้างเขาเข้ามาทำงานนั้น เขามีทั้งมือ ทั้งหัวใจ และมันสมอง ดังนั้น ปัญหาต่อไปที่ควรจะพิจารณาก็คือ “คุณภาพ” ของพนักงานที่เราจ้างเข้ามา
พนักงานควรจะมีคุณสมบัติเหมาะกับลักษณะงานที่เราจะให้เขาทำ ไม่ดีจนเกินไป ไม่เลวจนเกินไป คือจะต้องมีความรู้พอสมควร เป็นคนดีพอสมควร และสามารถพัฒนาได้ในอนาคตด้วย มิฉะนั้นแล้ว ไม่ทันไรก็กลายเป็นคนไม่ทันสมัยในองค์การเสียแล้ว ปราการสุดท้าย ปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจของเราเดินไปได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพดีคือ “สไตล์” หรือ แบบวิธีปฏิบัติ ในการทำงานของผู้บริหาร หรือหัวหน้างานในธุรกิจ เพราะปัจจัยตัวนี้จะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคน หรือพนักงานในสถานประกอบการอย่างมาก เช่น ถ้าผู้จัดการเป็นคนดี เห็นอกเห็นใจลูกน้อง มีคุณธรรม มีความยุติธรรม ตรงไปตรงมา กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจ รับผิดชอบ ลูกน้องก็ชอบและทุ่มเท ทำงานด้วยอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย แต่ในทางตรงข้าม ถ้าผู้จัดการหรือ “เถ้าแก่” เป็นคนประเภท เค็ม เอาเปรียบ เห็นแก่ได้ ขี้เหนียว ไม่เข้าเรื่อง กุมอำนาจ เห็นแรงงานเป็นเหมือนสินค้า ชอบใช้อำนาจบาทใหญ่ คนทำดีก็ไม่ชม คนเอาใจหรือสอพลอกลับชอบ บริหารงานแบบเล่นพวก ไร้ความยุติธรรม พนักงานก็เบื่อไม่อยากทำงานด้วย แม้เขาจะเก่ง จะมีความสามารถที่จะทำงานให้ได้มากกว่านี้ เขาก็คงไม่อยากทำ และในที่สุดก็คงออกไปทำที่อื่น หรือถ้าอยู่ก็อยู่อย่างไม้ตายซาก ไม่มีประสิทธิภาพอะไร ธุรกิจก็เหี่ยวแห้ง ซบเซา และอาจประสบปัญหาขาดทุนในที่สุด ฉะนั้น ผมก็คิดว่าก่อนจะทำธุรกิจใดๆ เราควรจะต้องไปหาอาจารย์ให้เป่ากระหม่อมเสียก่อน แต่ถ้ายังหาอาจารย์ไม่ได้ลองเอาคาถาง่ายๆ ที่ผมรวบรวมมาข้างบนนี้มาท่องบ่น และทำตามดูอย่างธรรมดาๆ ไม่เคร่งไม่ยานจนเกินไป ผมกล้ารับรองได้ว่าคาถาของผมช่วยได้แน่ ผมเขียนเป็นภาษาบาลีไม่ได้ จึงขอสรุปเป็นภาษาไทยง่ายๆดังนี้

1. วัตถุประสงค์
2. องค์การ
3. แผนงาน
4. ระบบ
5. พนักงาน
6. คุณภาพ
7. สไตล์

ถ้าท่านได้รับความสำเร็จในธุรกิจ หรือถ้าธุรกิจของท่านเริ่มฟื้น เริ่มเฟื่องแล้วก็อย่าลืม นำดอกไม้ธูปเทียน ไปกราบหลวงพ่อที่วัดเสียด้วยล่ะครับ ขอให้โชคดี

 

 

 

 

 

 
กลับหน้าหลัก  
Business Management Co., Ltd.  100/75 23rd Floor, Vongvanij-B Building, Rama 9 Road, Huay Kwang, Bangkok 10310
Tel: 0-2645-0152..60     Fax: 0-2645-0161     E-Mail: bmc@consultthai.com