การจูงใจพนักงาน(ต่อ) 18 มี.ค. 2551 
ผู้เขียน: ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร
หมวด: Reward Management
 

 

ในสัปดาห์นี้เราก็ยังคงว่ากันด้วยเรื่องของการจูงใจพนักงาน สองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เขียนเรื่องของการจูงใจพนักงานให้ทำงานโดยไม่ต้องมีตัวเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ได้ผล และถ้าใช้ประกอบกับการจูงใจแบบมีสิ่งตอบแทนด้วยจะยิ่งได้ผลมากขึ้น

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมได้รับคำถามจากลูกค้าว่า “เราจะใช้เงินในการจูงใจพนักงานไม่ได้เลยหรือ” ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านคิดอย่างไรกับคำถามนี้ สำหรับความคิดเห็นของผมเอง ผมคิดว่าใช้เงินในการจูงใจได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี ไม่ใช่สักแต่ว่าให้ไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่เพิ่มเงินให้แล้วก็จ้างให้พนักงานอยู่ต่อกับเรา แค่นี้ไม่เพียงพอ

ผมขออ้างถึงทฤษฎีของ Frederick Herzberg ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาศึกษาถึงเรื่องของการจูงใจ ได้มีการเขียนทฤษฎีการจูงใจโดยได้เสนอว่า มีปัจจัย 2 อย่างที่มีผลต่อการจูงใจพนักงานให้ทำงานคือ

1. Hygiene Factors เป็นปัจจัยที่คนไทยเราแปลว่าปัจจัยอนามัย ซึ่งHerzberg ได้บอกว่าปัจจัยอนามัยนี้เป็นปัจจัยที่ต้องมีในการทำงาน ถ้าไม่มีพนักงานจะมีปัญหาทันที แต่ปัจจัยอนามัยนี้ไม่ได้เป็นปัจจัยที่จูงใจให้พนักงานอยากทำงาน ปัจจัยอนามัยนี้ประกอบไปด้วย
– เงินเดือนและสวัสดิการ (Salary and Benefits)
– การบังคับบัญชา (Supervision)
– สภาพการทำงาน (Work Condition)
– สถานภาพในการทำงาน (Status)
– ความมั่นคงในการทำงาน (Security)
– ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน (Relations)
– นโยบายต่างๆ ในการทำงาน (Policy)

ปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นปัจจัยที่ไม่มีผลต่อการจูงใจพนักงานเลย จะเห็นว่ามี เงินเดือน รวมอยู่ในปัจจัยอนามัยนี้ด้วย Herzberg มองว่าเงินเดือนเป็นปัจจัยที่ต้องมี และต้องจ่ายเพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานของพนักงาน แต่ว่าเงินเดือนไม่ได้เป็นตัวจูงใจให้พนักงานอยากทำงาน ดังนั้นถ้าใช้เงินเดือนเป็นตัวจูงใจพนักงาน ก็จะไม่ได้ผล

2. Motivator Factors เป็นปัจจัยที่สามารถจูงใจพนักงานให้อยากทำงานได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ประกอบไปด้วย
– ความสำเร็จ (Achievement)
– การได้รับความสำคัญ (Recognition)
– ความรับผิดชอบ (Responsibility)
– ความน่าสนในของงาน (Task Interest)
– การเจริญเติบโตในการทำงาน (Growth)

 

ปัจจัยจูงใจดังกล่าวข้างต้น เป็นปัจจัยที่ Herzberg มองว่าสามารถจูงใจพนักงานให้อยากทำงานได้ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นว่า ในการใช้เงินเพื่อจูงใจพนักงานนั้น เราจำเป็นต้องมีวิธีการ หรือเหตุผลในการใช้เงินเพื่อจูงใจ เหตุผลดังกล่าว ก็คือ ปัจจัยจูงใจในทฤษฎีของ Herzberg นี่เอง

ในการบริหารค่าจ้างเงินเดือน เพื่อจูงใจพนักงานนั้น นักบริหารค่าจ้างจะต้องเชื่อมโยงทฤษฎีปัจจัยจูงใจนี้กับการบริหารเงินเดือนให้ได้ กล่าวคือ

ในปัจจัยด้านความสำเร็จ และความตระหนักในความสำคัญของพนักงานนั้น เราสามารถใช้การขึ้นเงินเดือนประจำปีตามผลงาน และการขึ้นเงินเดือนกรณีเลื่อนตำแหน่งเป็นตัวบอกพนักงานได้ว่าเขากำลังประสบความสำเร็จในการทำงาน นั่นก็คือ ถ้าหากพนักงานสามารถทำผลงานได้ดี บริษัทเห็นความสามารถก็ขึ้นเงินเดือนให้สูงกว่าพนักงานที่ทำผลงานด้อยกว่า พร้อมกับบอกพนักงานให้ทราบถึงเหตุผลในการขึ้นเงินเดือน ให้มีนัยของความภาคภูมิใจซ่อนอยู่ในคำพูดด้วยยิ่งดี

ในปัจจัยเรื่องความรับผิดชอบ เราก็สามารถใช้การเลื่อนตำแหน่งเป็นตัวบอกให้พนักงานทราบว่าตอนนี้เขากำลังจะมีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น มีงานที่ท้าทายมากขึ้น (เรื่องนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเงินโดยตรง)

ปัจจัยการเจริญเติบโตในบริษัท บริษัทสามารถที่จะทำและออกแบบ Career path ซึ่งเป็นเส้นทางสายอาชีพของพนักงานที่เข้ามาทำงานในบริษัท ให้พนักงานทราบว่าเขาอยู่กับบริษัทแล้วจะสามารถเจริญเติบโตไปได้แค่ไหน และในการเลื่อนระดับแต่ละครั้งนั้น เราก็จะมีการปรับเงินเดือนให้ตามความรับผิดชอบที่สูงขึ้นด้วย

จะเห็นว่า เราสามารถใช้ตัวเงินมาเชื่อมโยงกับปัจจัยจูงใจของ Herzberg ได้ และสามารถที่จะใช้ในการจูงใจพนักงานให้อยากทำงานกับบริษัทได้ด้วย แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันก็ไม่ได้รับประกันว่า ถ้าบริษัทมีครบถ้วนแล้ว พนักงานจะไม่ออกไปไหน ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้พนักงานไม่อยากทำงาน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดจากประสบการณ์ของผมเอง และจากการสอบถามจากเพื่อนๆ ร่วมวงการ ก็คือ สาเหตุจากหัวหน้างาน บางบริษัทมีระบบเงินเดือนที่ดีมาก มีระบบการจูงใจที่ดี แต่มีอัตราการลาออกของพนักงานสูงมาก พอศึกษาเข้าไปลึกๆ ปรากฏว่า มีปัญหาอยู่เพียงหน่วยงานเดียวที่มีอัตราการลาออกสูง ถามพนักงานที่ลาออก ก็ได้รับคำตอบว่า “อะไรๆ ก็ดีนะค่ะ เงินเดือนก็สูง สวัสดิการก็ดี แต่ติดที่หัวหน้านี่แหละค่ะ ไม่ให้โอกาสในการคิด หรือทำอะไรเลย เวลาสั่งงานก็สั่งเหมือนเราเป็นเด็กอนุบาล แถมถ้ามีผลงานดีก็เอาหน้า พอผลงานออกมาผิดพลาดก็มาโทษเรา มีปัญหาก็ไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาได้ แบบนี้ดิฉันอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ” แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ หากพบเหตุการณ์แบบนี้จะทำอย่างไร
 
กลับหน้าหลัก  
Business Management Co., Ltd.  100/75 23rd Floor, Vongvanij-B Building, Rama 9 Road, Huay Kwang, Bangkok 10310
Tel: 0-2645-0152..60     Fax: 0-2645-0161     E-Mail: bmc@consultthai.com