|
การบริหารคนเก่ง
|
|
Talent Management System
|

ชัยทวี เสนะวงศ์
Chaitawees@gmail.com
ในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ องค์การส่วนใหญ่จะต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดด้วยกลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าและเป็นผู้รังสรรค์นวัตกรรมของสินค้า หรือบริการที่นำเสนอต่อผู้บริโภค โดยผ่านกระบวนการจัดการความรู้ของทุนมนุษย์ การปฏิบัติงานในยุคนี้ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการใช้แรงงานจำนวนมากที่มีความชำนาญคล้าย ๆ กันสามารถทดแทนกันได้ง่าย มาสู่การใช้แรงงานจำนวนน้อยแต่ใช้องค์ความรู้มากขึ้น ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะบุคคลทดแทนระหว่างกันได้ยาก งานที่มีลักษณะซ้ำซากจำเจจะต้องปรับไปสู่งานที่ใช้ความรู้มารังสรรค์นวัตกรรม ซึ่งโอกาสในการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารองค์การเหล่านี้จะประสบความสำเร็จได้ไม่เท่าเทียมกัน องค์การที่มีความสามารถในการพัฒนาทุนมนุษย์ให้เป็นคนเก่ง (Talent people) ขององค์การได้อย่างเหมาะสมจะมีโอกาสมากกว่าในการเพิ่มมูลค่าขององค์การ เพราะฉะนั้นจึงเป็นความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่องค์การยุคใหม่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารทุนมนุษย์เสียใหม่ที่ต้องเน้นการสร้างระบบการบริหารคนเก่ง (Talent Management System) ขึ้นมาซึ่งจะต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้บริหารระดับสูงที่ต้องตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างระบบการบริหารคนเก่ง ด้วยการออกแบบกลยุทธ์ที่จะสามารถดึงดูด จูงใจ และรักษา คนเก่งให้อยู่ทุ่มเททำงานด้วยใจในการใช้องค์ความรู้เพิ่มมูลค่าให้องค์การอย่างยั่งยืน
มีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ ทางด้านการบริหารทุนมนุษย์หลาย ๆ ท่านได้ให้คำอธิบายกับความหมายของ “คนเก่ง” เอาไว้หลากหลายมิติ ซึ่งพอจะสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้
“คนเก่งหมายถึง ภารรวมของลักษณะพฤติกรรมที่หลากหลายของคน เช่น พรสวรรค์ ความรู้ ประสบการณ์ สติปัญญา การใช้ดุลยพินิจ ทัศนคติ ความพยายาม ความทะเยอทะยาน ความสามารถในการพัฒนาตนเอง ฯลฯ ที่มาบูรณาการกันอย่างเหมาะสม จนทำให้คนผู้นั้นสามารถสร้างผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศออกมา”
และถ้าจะกล่าวถึงระบบการบริหารคนเก่ง จะเป็นที่เข้าใจกันว่า หมายถึง “กระบวนการในการเชื่อมโยงรูปแบบที่หลากหลายของการบริหารคนเก่ง เช่น การออกแบบกลยุทธ์ในการบริหารคนเก่ง การสร้างความน่าเชื่อถือของระบบ กระบวนการต่าง ๆ ของการบริหารคนเก่ง ตลอดจนความสามารถ วุฒิภาวะ ทักษะของการสื่อสาร ภาวะผู้นำ ของผู้บริหาร ฯลฯ ที่จะสามารถดึงดูด จูงใจ และรักษา คนเก่งให้ปฏิบัติงานด้วยใจในการใช้องค์ความรู้เพิ่มมูลค่าให้กับองค์การ”
|
ความจำเป็นของการสร้างระบบการบริหารคนเก่ง
|
ปรกติองค์การส่วนมากจะมีกระบวนการในการบริหารคนเก่งขององค์การกันอยู่แล้ว แต่กระบวนการเหล่านั้นอาจจะยังไม่เป็นกระบวนการที่เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมากพอ ทั้งนี้ก็เพราะว่าการตระหนักถึงความจำเป็น เร่งด่วน ในการพัฒนาระบบการบริหารคนเก่งยังมีความแตกต่างกัน อาการที่จะบ่งบอกถึงความต้องการในการพัฒนาระบบการบริหารคนเก่งขึ้นมาโดยเฉพาะจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
· อัตราการลาออกที่ค่อนข้างสูงของผู้บริหารระดับกลางที่เก่ง ๆ
· ตำแหน่งงานว่างที่เกิดขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
· ปัจจุบัน มีจำนวนผู้บริหารอยู่มากน้อยเพียงไร ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไป 2 ระดับ
· ในจำนวนผู้บริหารที่คิดว่ามีความพร้อมที่จะเลื่อนตำแหน่งเหล่านี้ ถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาแต่งตั้งมีจำนวนที่พร้อมจริง ๆ อยู่สักเท่าไร
· เปรียบเทียบอัตราส่วนระหว่างพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดี ๆ กับพนักงานที่ผลการปฏิบัติงานธรรมดา ๆ
ถ้าองค์การของท่านกำลังประสบปัญหาดังกล่าวข้างต้น และตระหนักถึงว่าองค์การมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบบริหารคนเก่งขององค์การขึ้นมา ขอให้พิจารณาถึงกระบวนการบริหารคนเก่งที่มีกระบวนการหลัก ๆ ข้างล่างนี้
1. การกำหนดถึงคุณลักษณะของคนเก่ง
2. การสรรหา และคัดเลือกคนเก่ง
3. การพัฒนา และจูงใจคนเก่ง
4. การรักษาคนเก่งไว้กับองค์การ
|
1. การกำหนดถึงคุณสมบัติของคนเก่ง
|
แหล่งที่มาของคนเก่งในองค์การต่าง ๆ จะมาจาก 2 แหล่งด้วยกันคือ แหล่งภายนอกองค์การ และแหล่งภายในองค์การ การที่จะให้ได้มาซึ่งคนเก่ง องค์การจะต้องกำหนดคุณสมบัติของคนเก่งขององค์การเอาไว้เป็นแนวทางในการสรรหา คุณสมบัติต่าง ๆ ของคนเก่งจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละองค์การ โดยส่วนใหญ่คุณสมบัติของคนเก่งจะมีดังนี้
|
แหล่งภายนอกองค์การ
|
แหล่งภายในองค์การ
|
|
1. ประวัติทางการศึกษา
|
1. ผลการปฏิบัติงานปัจจุบัน และย้อนหลัง (ประมาณ 3 ปี)
|
|
2. ประวัติการทำงานที่ผ่านมา
|
2. บุคลิกภาพ
|
|
3. ศักยภาพ
|
3. ศักยภาพ
|
|
4. บุคลิกภาพ
|
4. การยอมรับ
|
|
2. การสรรหาและคัดเลือกคนเก่ง
|
โดยทั่ว ๆ ไปองค์การส่วนมากที่ประสบความสำเร็จในการสรรหาคนเก่ง จะกำหนดกลยุทธ์ในการสรรหาคนเก่งไว้ดังนี้
1. หาคนเก่งในทุก ๆ ระดับงาน
2. หาคนเก่งตลอดเวลา
3. หาคนเก่งที่หลายหลายอาชีพ
4. พยายามคิดค้นกรรมวิธีในการสรรหาให้เข้าถึงคนเก่งที่ยังไม่อยากเปลี่ยนงานด้วย
5. ทำระบบค่าตอบแทนให้มีความยืดหยุ่น เพื่อจะได้มีความคล่องตัวในการว่าจ้าง
6. การสรรหาจะต้องใช้วิธีการเชิญชวน นำเสนอ และโน้มน้าว ให้คนเก่งสนใจงาน หรือบริษัทมากกว่าการคัดเลือก
7. กระบวนการสรรหาจะต้องมีความหลากหลายให้เหมาะสมกับคนเก่ง แต่ละประเภท และระดับงาน
ในกระบวนการที่จะให้ได้มาซึ่งคนเก่ง บทความนี้จะไม่ขอกล่าวในรายละเอียดของการสรรหา และคัดเลือกคนเก่งจากภายนอกองค์การ แต่จะขอเน้นถึงการสรรหา และคัดเลือกจากภายในมากกว่า ซึ่งการหาคนเก่งจากภายในองค์การจะเลือกสรรจากมิติความสัมพันธ์ของผลการปฏิบัติงาน กับศักยภาพ ซึ่งศาสตราจารย์ William J. Rothwell ได้สรุปถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวตามแผ่นภาพข้างล่างนี้

จากมิติของความสัมพันธ์ของผลการปฏิบัติงาน และศักยภาพพอจะสรุปได้ว่า
คนที่มีผลการปฏิบัติงาน “ดี” และมีศักยภาพ “สูง” จะจัดว่าเป็น คนเก่ง
คนที่มีผลการปฏิบัติงาน “ดี” แต่มีศักยภาพ “ต่ำ” จะต้องหาทางพัฒนาปรับปรุงให้มีศักยภาพสูงขึ้นในอนาคต
คนที่มีผลการปฏิบัติงาน “ไม่ดี” แต่มีศักยภาพ “สูง” ก็จะต้องหาสาเหตุ และพัฒนาให้มีผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้น
คนที่มีผลการปฏิบัติงาน “ไม่ดี” และมีศักยภาพ “ต่ำ” ให้โอกาสในการพัฒนาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะต้องพิจารณาถึงโอกาสในการว่าจ้างต่อไป
|
3. การพัฒนา และจูงใจคนเก่ง
|
โดยทั่วไปคนเก่งในองค์การจะมาจากหลากหลายวิชาชีพ และระดับงาน องค์การก็จะนำคนเก่งเหล่านั้นมาจัดกลุ่มแยกประเภทตามกลุ่มวิชาชีพ และระดับงาน เพื่อการพัฒนาและจูงใจ ซึ่งจะต้องวางแผนอาชีพคนเก่งแต่ละกลุ่ม แต่ละบุคคล อย่างรอบครอบ โดยมองไปในอนาคตระยะไกล ๆ ว่าคนเก่งเหล่านี้จะเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์การในอนาคต ซึ่งแนวคิดในการพัฒนาคนเก่งหลัก ๆ จะมีดังนี้
· การพัฒนาจะต้องสอดคล้องกับการวางแผนอาชีพ และต้องเป็นการพัฒนาที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอดไป
· การพัฒนาจะหมายถึงการให้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ท้าทายที่ไม่ใช่การนั่งเรียนในห้องเรียนแต่เพียงอย่างเดียว
· การพัฒนาจะต้องอยู่ภายใต้การสอนงาน การแนะนำงาน การให้ข้อมูลย้อนกลับ อย่างใกล้ชิดจากบุคคลที่รับผิดชอบ ซึ่งอาจจะเป็นผู้คับบัญชา หรือพี่เลี้ยง
· องค์การจะต้องแต่งตั้งพี่เลี้ยงมาคอยดูแลคนเก่งอย่างใกล้ชิด เพื่อการพัฒนาจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
รูปแบบต่าง ๆ ที่องค์การใช้ในการพัฒนา และจูงใจคนเก่ง
* การฝึกอบรมในห้องเรียน เพื่อให้ความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม
* การโยกย้ายงาน
* การมอบหมายงานให้ทำงานโครงการพิเศษ
* ขยายขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของงานในปัจจุบัน
* มอบหมายให้ไปเริ่มธุรกิจใหม่ ๆ ขององค์การ
* มอบหมายให้ไปทำงานยังต่างประเทศ
* การให้ทดลองรับผิดชอบงานที่สูงขึ้นเป็นการชั่วคราว
* การเลื่อนตำแหน่ง
ในทางปฏิบัติองค์การจะขึ้นทะเบียนคนเก่งเอาไว้เป็นกลุ่ม (Talent Pool) และก่อนที่จะเริ่มกระบวนการพัฒนา องค์การโดยคณะผู้บริหารจะต้องสรุปมติความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย 2 ปัจจัยหลัก ๆ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ในองค์การ เพื่อสรุปปัญหาอุปสรรค และแนวทางการปรับปรุงพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งของคนเก่งแต่ละบุคคล ทั้งนี้เพื่อจะได้เลือกรูปแบบการพัฒนาให้เหมาะกับคนเก่งรายบุคคล (Individual Development Plan) ดังตัวอย่างข้างล่างนี้
|
4. การรักษาคนเก่งไว้กับองค์การ
|
ในการรักษาคนเก่งไว้กับองค์การ อันดับแรกจะต้องทำความเข้าใจกันไว้ก่อนว่าไม่มีองค์การใดที่สามารถรักษาคนเอาไว้ได้ทุกคน แต่ทุกองค์การพยายามจะดูแลคนเพื่อที่จะให้อัตราการลาออกอยู่ในระดับที่ยังไม่ก่อให้เกิดปัญหากับองค์การมากนัก โดยหลักการทั่ว ๆ ไปการรักษาคนเก่ง จะยืดแนวคิดที่จะสร้างสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้เป็นสถานที่ทำงานที่มีความสุข (Workplace Happiness) เพื่อทำให้คนเก่ง อยากอยู่ และ อยากทำ แต่ละองค์การก็จะมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งพอจะมีกรรมวิธีคร่าว ๆ คือ
1. ทำสถานที่ทำงานให้ผูกใจคนเก่ง ด้วยวิธีการ
เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมตามความเหมาะสม ในการกำหนดเป้าหมายของงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และความมีอิสระในการทำงาน
ดูแลค่าตอบแทนตามความสามารถ และให้มีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงาน
ให้มีอำนาจการตัดสินใจในการปฏิบัติงาน
ยกย่องชมเชย เมื่อปฏิบัติงานสำเร็จ
ให้เกียรติ ให้การยอมรับ ทั้งจากเพื่อน ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
ปรับปรุงสถานที่ทำงานให้น่าทำงาน และสร้างบรรยากาศในการทำงานอย่างเป็นมิตร เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องกัน มากกว่าเป็นนายเป็นบ่าว
สร้างบรรยากาศของสถานที่ทำงานที่มีความสุข เช่น ปรับปรุงคุณภาพชีวิตในการทำงานให้ดีขึ้น สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัว เป็นต้น
2. ให้โอกาสในการพัฒนาในหลากหลายรูปแบบ และวิธีการอย่างมีนัยสัมพันธ์กับการวางแผนพัฒนาอาชีพรายบุคคล
3. ปรับบทบาทของผู้บังคับบัญชา ในการดูแลคนเก่งที่หลากหลายวิธีการ เช่น
ออกแบบงานให้ท้าทาย น่าสนใจและกำหนดทิศทาง ความคาดหวัง ให้ชัดเจน
ใกล้ชิดกับพนักงาน ช่วยชี้แนะ ให้โอกาสในการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ
เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ สร้างวัฒนธรรม และบรรยากาศของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย
ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่พนักงานอย่างรวดเร็ว
สามารถปรับรูปแบบของการบริหารงานให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานอย่างมีเหตุผล
แก้ปัญหาให้พนักงานอย่างทันเหตุการณ์
เรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับพนักงาน ไม่ใช่แสดงตนว่าเป็นผู้รู้ หรือฉันถูกเสมอ ตลอดเวลา
สรุป ระบบการบริหารคนเก่งเป็นกระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้บริหารระดับสูงจะต้องให้ความเอาใจใส่ เห็นความสำคัญพิถีพิถัน จริงจัง จริงใจ ต่อเนื่องสม่ำเสมอ จึงจะสามารถสร้าง พัฒนา และ รักษา คนเก่งให้อยู่ปฏิบัติงานกับองค์การด้วยใจตลอดไป จากการวิจัยของศาสตราจารย์ Willam J. Rothwell แห่งมหาวิทยาลัย Pennsylvaniaสรุปว่า “คนเก่งจะสามารถผลิตผลงานได้มากกว่าคนธรรมดาถึง 20 เท่า” คงไม่ต้องแปลกใจอีกต่อไปนะครับว่า องค์การที่พัฒนาระบบบริหารคนเก่งขึ้นมาเสริมกับกระบวนการบริหารทุนมนุษย์พื้นฐานอย่างเอาจริงเอาจัง องค์การเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จ มีความเจริญเติบโตแบบยั่งย |