การบริหารคนเก่ง 22 เม.ย. 2551 
ผู้เขียน: ชัยทวี เสนะวงศ์
หมวด: Business
 
การบริหารคนเก่ง
Talent Management System
 
 

 

ชัยทวี เสนะวงศ์
Chaitawees@gmail.com
 
            นยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ องค์การส่วนใหญ่จะต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดด้วยกลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าและเป็นผู้รังสรรค์นวัตกรรมของสินค้า หรือบริการที่นำเสนอต่อผู้บริโภค โดยผ่านกระบวนการจัดการความรู้ของทุนมนุษย์ การปฏิบัติงานในยุคนี้ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการใช้แรงงานจำนวนมากที่มีความชำนาญคล้าย ๆ กันสามารถทดแทนกันได้ง่าย มาสู่การใช้แรงงานจำนวนน้อยแต่ใช้องค์ความรู้มากขึ้น ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะบุคคลทดแทนระหว่างกันได้ยาก งานที่มีลักษณะซ้ำซากจำเจจะต้องปรับไปสู่งานที่ใช้ความรู้มารังสรรค์นวัตกรรม ซึ่งโอกาสในการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารองค์การเหล่านี้จะประสบความสำเร็จได้ไม่เท่าเทียมกัน องค์การที่มีความสามารถในการพัฒนาทุนมนุษย์ให้เป็นคนเก่ง (Talent people) ขององค์การได้อย่างเหมาะสมจะมีโอกาสมากกว่าในการเพิ่มมูลค่าขององค์การ เพราะฉะนั้นจึงเป็นความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่องค์การยุคใหม่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารทุนมนุษย์เสียใหม่ที่ต้องเน้นการสร้างระบบการบริหารคนเก่ง (Talent Management System) ขึ้นมาซึ่งจะต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้บริหารระดับสูงที่ต้องตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างระบบการบริหารคนเก่ง ด้วยการออกแบบกลยุทธ์ที่จะสามารถดึงดูด จูงใจ และรักษา คนเก่งให้อยู่ทุ่มเททำงานด้วยใจในการใช้องค์ความรู้เพิ่มมูลค่าให้องค์การอย่างยั่งยืน
 
ความหมายของ คนเก่ง
 
            มีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ ทางด้านการบริหารทุนมนุษย์หลาย ๆ ท่านได้ให้คำอธิบายกับความหมายของ คนเก่ง เอาไว้หลากหลายมิติ ซึ่งพอจะสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้
            คนเก่งหมายถึง ภารรวมของลักษณะพฤติกรรมที่หลากหลายของคน เช่น พรสวรรค์ ความรู้ ประสบการณ์ สติปัญญา การใช้ดุลยพินิจ ทัศนคติ ความพยายาม ความทะเยอทะยาน ความสามารถในการพัฒนาตนเอง ฯลฯ ที่มาบูรณาการกันอย่างเหมาะสม จนทำให้คนผู้นั้นสามารถสร้างผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศออกมา
            และถ้าจะกล่าวถึงระบบการบริหารคนเก่ง จะเป็นที่เข้าใจกันว่า หมายถึง กระบวนการในการเชื่อมโยงรูปแบบที่หลากหลายของการบริหารคนเก่ง เช่น การออกแบบกลยุทธ์ในการบริหารคนเก่ง การสร้างความน่าเชื่อถือของระบบ กระบวนการต่าง ๆ ของการบริหารคนเก่ง ตลอดจนความสามารถ วุฒิภาวะ ทักษะของการสื่อสาร ภาวะผู้นำ ของผู้บริหาร ฯลฯ ที่จะสามารถดึงดูด จูงใจ และรักษา คนเก่งให้ปฏิบัติงานด้วยใจในการใช้องค์ความรู้เพิ่มมูลค่าให้กับองค์การ
 
ความจำเป็นของการสร้างระบบการบริหารคนเก่ง
 
                ปรกติองค์การส่วนมากจะมีกระบวนการในการบริหารคนเก่งขององค์การกันอยู่แล้ว แต่กระบวนการเหล่านั้นอาจจะยังไม่เป็นกระบวนการที่เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมากพอ ทั้งนี้ก็เพราะว่าการตระหนักถึงความจำเป็น เร่งด่วน ในการพัฒนาระบบการบริหารคนเก่งยังมีความแตกต่างกัน อาการที่จะบ่งบอกถึงความต้องการในการพัฒนาระบบการบริหารคนเก่งขึ้นมาโดยเฉพาะจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
·           อัตราการลาออกที่ค่อนข้างสูงของผู้บริหารระดับกลางที่เก่ง ๆ
·           ตำแหน่งงานว่างที่เกิดขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
·           ปัจจุบัน มีจำนวนผู้บริหารอยู่มากน้อยเพียงไร ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไป 2 ระดับ
·      ในจำนวนผู้บริหารที่คิดว่ามีความพร้อมที่จะเลื่อนตำแหน่งเหล่านี้ ถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาแต่งตั้งมีจำนวนที่พร้อมจริง ๆ อยู่สักเท่าไร
·           เปรียบเทียบอัตราส่วนระหว่างพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดี ๆ กับพนักงานที่ผลการปฏิบัติงานธรรมดา ๆ
 
กระบวนการบริหารคนเก่ง
 
            ถ้าองค์การของท่านกำลังประสบปัญหาดังกล่าวข้างต้น และตระหนักถึงว่าองค์การมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบบริหารคนเก่งขององค์การขึ้นมา ขอให้พิจารณาถึงกระบวนการบริหารคนเก่งที่มีกระบวนการหลัก ๆ ข้างล่างนี้
1.       การกำหนดถึงคุณลักษณะของคนเก่ง
2.       การสรรหา และคัดเลือกคนเก่ง
3.       การพัฒนา และจูงใจคนเก่ง
4.       การรักษาคนเก่งไว้กับองค์การ
 
1. การกำหนดถึงคุณสมบัติของคนเก่ง
 
            แหล่งที่มาของคนเก่งในองค์การต่าง ๆ จะมาจาก 2 แหล่งด้วยกันคือ แหล่งภายนอกองค์การ และแหล่งภายในองค์การ การที่จะให้ได้มาซึ่งคนเก่ง องค์การจะต้องกำหนดคุณสมบัติของคนเก่งขององค์การเอาไว้เป็นแนวทางในการสรรหา คุณสมบัติต่าง ๆ ของคนเก่งจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละองค์การ โดยส่วนใหญ่คุณสมบัติของคนเก่งจะมีดังนี้
 
 
 
แหล่งภายนอกองค์การ
แหล่งภายในองค์การ
1. ประวัติทางการศึกษา
1. ผลการปฏิบัติงานปัจจุบัน และย้อนหลัง (ประมาณ 3 ปี)
2. ประวัติการทำงานที่ผ่านมา
2. บุคลิกภาพ
3. ศักยภาพ
3. ศักยภาพ
4. บุคลิกภาพ
4. การยอมรับ
 
2. การสรรหาและคัดเลือกคนเก่ง
 
            โดยทั่ว ๆ ไปองค์การส่วนมากที่ประสบความสำเร็จในการสรรหาคนเก่ง จะกำหนดกลยุทธ์ในการสรรหาคนเก่งไว้ดังนี้
1.       หาคนเก่งในทุก ๆ ระดับงาน
2.       หาคนเก่งตลอดเวลา
3.       หาคนเก่งที่หลายหลายอาชีพ
4.       พยายามคิดค้นกรรมวิธีในการสรรหาให้เข้าถึงคนเก่งที่ยังไม่อยากเปลี่ยนงานด้วย
5.       ทำระบบค่าตอบแทนให้มีความยืดหยุ่น เพื่อจะได้มีความคล่องตัวในการว่าจ้าง
6.       การสรรหาจะต้องใช้วิธีการเชิญชวน นำเสนอ และโน้มน้าว ให้คนเก่งสนใจงาน หรือบริษัทมากกว่าการคัดเลือก
7.       กระบวนการสรรหาจะต้องมีความหลากหลายให้เหมาะสมกับคนเก่ง แต่ละประเภท และระดับงาน
ในกระบวนการที่จะให้ได้มาซึ่งคนเก่ง บทความนี้จะไม่ขอกล่าวในรายละเอียดของการสรรหา และคัดเลือกคนเก่งจากภายนอกองค์การ แต่จะขอเน้นถึงการสรรหา และคัดเลือกจากภายในมากกว่า ซึ่งการหาคนเก่งจากภายในองค์การจะเลือกสรรจากมิติความสัมพันธ์ของผลการปฏิบัติงาน กับศักยภาพ ซึ่งศาสตราจารย์ William J. Rothwell ได้สรุปถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวตามแผ่นภาพข้างล่างนี้


  
จากมิติของความสัมพันธ์ของผลการปฏิบัติงาน และศักยภาพพอจะสรุปได้ว่า
­         คนที่มีผลการปฏิบัติงาน ดี และมีศักยภาพ สูง จะจัดว่าเป็น คนเก่ง
­         คนที่มีผลการปฏิบัติงาน ดี แต่มีศักยภาพ ต่ำ จะต้องหาทางพัฒนาปรับปรุงให้มีศักยภาพสูงขึ้นในอนาคต
­         คนที่มีผลการปฏิบัติงาน ไม่ดี แต่มีศักยภาพ สูง ก็จะต้องหาสาเหตุ และพัฒนาให้มีผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้น
­     คนที่มีผลการปฏิบัติงาน ไม่ดี และมีศักยภาพ ต่ำ ให้โอกาสในการพัฒนาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะต้องพิจารณาถึงโอกาสในการว่าจ้างต่อไป
 
3. การพัฒนา และจูงใจคนเก่ง
 

โดยทั่วไปคนเก่งในองค์การจะมาจากหลากหลายวิชาชีพ และระดับงาน องค์การก็จะนำคนเก่งเหล่านั้นมาจัดกลุ่มแยกประเภทตามกลุ่มวิชาชีพ และระดับงาน เพื่อการพัฒนาและจูงใจ ซึ่งจะต้องวางแผนอาชีพคนเก่งแต่ละกลุ่ม แต่ละบุคคล อย่างรอบครอบ โดยมองไปในอนาคตระยะไกล ๆ ว่าคนเก่งเหล่านี้จะเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์การในอนาคต ซึ่งแนวคิดในการพัฒนาคนเก่งหลัก ๆ จะมีดังนี้

·            การพัฒนาจะต้องสอดคล้องกับการวางแผนอาชีพ และต้องเป็นการพัฒนาที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอดไป
·            การพัฒนาจะหมายถึงการให้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ท้าทายที่ไม่ใช่การนั่งเรียนในห้องเรียนแต่เพียงอย่างเดียว
·      การพัฒนาจะต้องอยู่ภายใต้การสอนงาน การแนะนำงาน การให้ข้อมูลย้อนกลับ อย่างใกล้ชิดจากบุคคลที่รับผิดชอบ ซึ่งอาจจะเป็นผู้คับบัญชา หรือพี่เลี้ยง
·            องค์การจะต้องแต่งตั้งพี่เลี้ยงมาคอยดูแลคนเก่งอย่างใกล้ชิด เพื่อการพัฒนาจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
รูปแบบต่าง ๆ ที่องค์การใช้ในการพัฒนา และจูงใจคนเก่ง
*    การฝึกอบรมในห้องเรียน เพื่อให้ความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม
*         การโยกย้ายงาน
*         การมอบหมายงานให้ทำงานโครงการพิเศษ
*          ขยายขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของงานในปัจจุบัน
*          มอบหมายให้ไปเริ่มธุรกิจใหม่ ๆ ขององค์การ
*          มอบหมายให้ไปทำงานยังต่างประเทศ
*          การให้ทดลองรับผิดชอบงานที่สูงขึ้นเป็นการชั่วคราว
*          การเลื่อนตำแหน่ง
ในทางปฏิบัติองค์การจะขึ้นทะเบียนคนเก่งเอาไว้เป็นกลุ่ม (Talent Pool) และก่อนที่จะเริ่มกระบวนการพัฒนา องค์การโดยคณะผู้บริหารจะต้องสรุปมติความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย 2 ปัจจัยหลัก ๆ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ในองค์การ เพื่อสรุปปัญหาอุปสรรค และแนวทางการปรับปรุงพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งของคนเก่งแต่ละบุคคล ทั้งนี้เพื่อจะได้เลือกรูปแบบการพัฒนาให้เหมาะกับคนเก่งรายบุคคล (Individual Development Plan) ดังตัวอย่างข้างล่างนี้ 
 
 
 

 

4. การรักษาคนเก่งไว้กับองค์การ
 
            ในการรักษาคนเก่งไว้กับองค์การ อันดับแรกจะต้องทำความเข้าใจกันไว้ก่อนว่าไม่มีองค์การใดที่สามารถรักษาคนเอาไว้ได้ทุกคน แต่ทุกองค์การพยายามจะดูแลคนเพื่อที่จะให้อัตราการลาออกอยู่ในระดับที่ยังไม่ก่อให้เกิดปัญหากับองค์การมากนัก โดยหลักการทั่ว ๆ ไปการรักษาคนเก่ง จะยืดแนวคิดที่จะสร้างสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้เป็นสถานที่ทำงานที่มีความสุข (Workplace Happiness) เพื่อทำให้คนเก่ง อยากอยู่ และ อยากทำ แต่ละองค์การก็จะมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งพอจะมีกรรมวิธีคร่าว ๆ คือ
1.       ทำสถานที่ทำงานให้ผูกใจคนเก่ง ด้วยวิธีการ
­     เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมตามความเหมาะสม ในการกำหนดเป้าหมายของงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และความมีอิสระในการทำงาน
­          ดูแลค่าตอบแทนตามความสามารถ และให้มีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงาน
­          ให้มีอำนาจการตัดสินใจในการปฏิบัติงาน
­          ยกย่องชมเชย เมื่อปฏิบัติงานสำเร็จ
­          ให้เกียรติ ให้การยอมรับ ทั้งจากเพื่อน ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
­     ปรับปรุงสถานที่ทำงานให้น่าทำงาน และสร้างบรรยากาศในการทำงานอย่างเป็นมิตร เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องกัน มากกว่าเป็นนายเป็นบ่าว
­     สร้างบรรยากาศของสถานที่ทำงานที่มีความสุข เช่น ปรับปรุงคุณภาพชีวิตในการทำงานให้ดีขึ้น สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัว เป็นต้น
2.       ให้โอกาสในการพัฒนาในหลากหลายรูปแบบ และวิธีการอย่างมีนัยสัมพันธ์กับการวางแผนพัฒนาอาชีพรายบุคคล
3.       ปรับบทบาทของผู้บังคับบัญชา ในการดูแลคนเก่งที่หลากหลายวิธีการ เช่น
­          ออกแบบงานให้ท้าทาย น่าสนใจและกำหนดทิศทาง ความคาดหวัง ให้ชัดเจน
­          ใกล้ชิดกับพนักงาน ช่วยชี้แนะ ให้โอกาสในการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ
­     เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ สร้างวัฒนธรรม และบรรยากาศของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย
­          ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่พนักงานอย่างรวดเร็ว
­          สามารถปรับรูปแบบของการบริหารงานให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานอย่างมีเหตุผล
­          แก้ปัญหาให้พนักงานอย่างทันเหตุการณ์
­          เรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับพนักงาน ไม่ใช่แสดงตนว่าเป็นผู้รู้ หรือฉันถูกเสมอ ตลอดเวลา
 
รุป ระบบการบริหารคนเก่งเป็นกระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้บริหารระดับสูงจะต้องให้ความเอาใจใส่ เห็นความสำคัญพิถีพิถัน จริงจัง จริงใจ ต่อเนื่องสม่ำเสมอ จึงจะสามารถสร้าง พัฒนา และ รักษา คนเก่งให้อยู่ปฏิบัติงานกับองค์การด้วยใจตลอดไป จากการวิจัยของศาสตราจารย์ Willam J. Rothwell แห่งมหาวิทยาลัย Pennsylvaniaสรุปว่า คนเก่งจะสามารถผลิตผลงานได้มากกว่าคนธรรมดาถึง 20 เท่า คงไม่ต้องแปลกใจอีกต่อไปนะครับว่า องค์การที่พัฒนาระบบบริหารคนเก่งขึ้นมาเสริมกับกระบวนการบริหารทุนมนุษย์พื้นฐานอย่างเอาจริงเอาจัง องค์การเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จ มีความเจริญเติบโตแบบยั่งย
 
กลับหน้าหลัก  
Business Management Co., Ltd.  100/75 23rd Floor, Vongvanij-B Building, Rama 9 Road, Huay Kwang, Bangkok 10310
Tel: 0-2645-0152..60     Fax: 0-2645-0161     E-Mail: bmc@consultthai.com