จาก Hardvard สู่งาน HR ? 11 ส.ค. 2551 
ผู้เขียน: เด่นพงษ์ พลละคร
หมวด: Human Resources Management
 


            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมเจอบทความสั้น ๆ จาก HBR เขียนเป็นเชิงเย้ยหยันว่า ขนาดจบ MBA จาก Harvard แล้วยังยอมไปทำงาน HR อยู่ได้ มิเชยไปหรือ ?

 

            ทีแรกผมก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับคำพูดถากถางนั้น แต่เมื่อลองอ่านบทความนั้นจบ ผมก็เปลี่ยนใจและเห็นว่าเขาคิดถูกแล้วที่ไปทำงาน HR แสดงว่าเขาเป็นคนทันสมัย

 

            เรื่องย่อ ๆ ก็คือ ศิษย์เก่าจากหลักสูตร MBA ของ Harvard 2 คน ได้คุยกับเพื่อนเก่า ๆ ทาง E-mail แล้วโดนเพื่อนย้อนกลับว่า อะไรน๊ะ HR! ไม่มีทางไปแล้วหรือ ? นั่นไม่ใช่จุดหมายแท้จริงของผลิตผลจาก Harvard น๊ะ

 

            ทั้งสองคนจึงได้ช่วยกันเขียนถึงงานที่พวกเขาเลือก คือ งาน HR เพื่อล้างตาบรรดาศิษย์เก่า Harvard ทั้งหลายว่าบัดนี้งาน HR อยู่ในอันดับต้น ๆ ที่คนเก่งรุ่นใหม่ เขาเลือกทำกันแล้ว

            เมื่อก่อนคนจบทางวิศวกรรมเท่านั้นที่ธุรกิจต้องการ เพราะรู้เรื่องเกี่ยวกับการผลิต การก่อสร้าง ซึ่งช่วยให้ธุรกิจร่ำรวย เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐีได้อย่างรวดเร็ว

 

            ต่อมาก็เป็นพวกที่เรียนการเงินการบัญชีและ MBA เพราะเห็นว่ารู้เรื่องการบริหารเงิน การลงทุน การตลาด การขาย และการบริหารเชิงกลยุทธ์อันเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จทางธุรกิจและแข่งขันได้ทันกับเหตุการณ์

 

            ครั้นมาในยุคนี้ ปัญหาก็เปลี่ยนไปอีก ไม่ว่าคุณจะเก่งทางการผลิต การเงิน การตลาด การใช้เทคโนโลยี หรือการวางแผนกลยุทธ์สักเพียงใด ถ้าการบริหารคนของคุณไม่ดีจริง คุณก็อาจตามเขาไม่ทัน หรือ อาจพบจุดจบง่าย ๆ ก็ได้

 

            ดังนั้น อย่าเพิ่งรู้สึกสังเวชกับศิษย์เก่า Harvard อย่างพวกเราที่เลือกทำงานในด้านการบริหารคน หรือ Human Capital เพราะพวกเราเห็นว่า CEO หรือ เถ้าแก่ในธุรกิจใหญ่ ๆ หลายแห่งยังไม่ได้สนใจการบริหารคน หรือ การลงทุนพัฒนาคนอย่างจริงจัง อย่างเก่งก็ทำได้เพียง คุยโม้” (lip service) เท่านั้นเอง และเห็นว่างานบริหารคนเป็นเพียงงานธุรการ (Value Added) ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะแนวโน้มในปัจจุบันและอนาคต งานที่ฝ่ายบริหารบุคคลเคยทำเป็นหลักจริงจังมาก่อน เช่น งานบริหารค่าจ้างเงินเดือน งานสวัสดิการ และงานเอกสารสำนักงาน ขณะนี้เขาให้องค์กรข้างนอกทำให้เกือบหมดแล้ว (Outsourcing)

 

            งานหลักของ HR ขณะนี้น่าจะเน้นไปที่งานพัฒนาคน หรือ การลงทุนในคน (Investment in People) เช่น การฝึก หรือ การ Coach พนักงานให้เก่งงาน เก่งคน และให้เป็นผู้นำที่ดีพร้อม ๆ กันไปกับการสร้างให้เขาเป็นผู้จัดการที่เก่งกาจ

 

            ถ้าผู้บริหารระดับสูง หรือ CEO ให้เวลาของตนกับการบริหารคนขององค์กรเพียงสัก 10-20 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าคุณภาพของคนจะดีขึ้นมากมายเกินคาด

 

            เพราะอะไร ?  ก็เพราะว่าถ้าเราสามารถหา Talented Staff ได้แล้ว พัฒนาเขาให้มีประสบการณ์หลากหลายขึ้น หาทางเก็บรักษาเขาไว้ให้ได้นาน ๆ เราก็ได้เปรียบ เพราะคนเก่งเท่านั้นที่ช่วยให้ธุรกิจของเราสู้เขาได้ ไม่ใช่เพราะเรามีเงินมาก หรือ มีเทคโนโลยีสูง หรือ วางแผนกลยุทธ์เก่ง!

 

            เพราะอะไร ?  เพราะสมรรถนะ (Competency) ขององค์กร มาจากสมรรถนะของคนในองค์กร พนักงานมีทั้งมือ หัวใจ และสมอง ถ้าเราสามารถทำให้พนักงานของเราส่วนใหญ่มีทั้งฝีมือ (Skills) หัวใจ (Attitude) ที่ดีและเข้มแข็ง ทั้งมีมันสมองที่ช่างคิดช่างฝัน (Innovative) เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ลองคิดดูซิว่า องค์กรของเราจะเข้มแข็งเพียงใด หมายความว่าถ้าเราทำได้จริง มูลค่าเพิ่มของทรัพยากรบุคคลของเรา (Asset Value of Human Capital) จะสูงลิ่วเลยทีเดียว แม้จะวัดไม่ได้ มองไม่เห็น (Intangible) แต่ผลจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ ดังในกรณีของบริษัท GE , Toyota และ Samsung หรือแม้แต่ NOKIA

 

            ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเกิดขึ้นได้เพราะ HR ของเราเป็น HR แบบมืออาชีพ (Professional) ไม่ใช่ HR แบบเก่า (Traditional) ซึ่งเก่งแต่งานธุรการ

 

            แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพียงเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจาก Personnel Department เป็น HR Department หรือ Human Capital Department แล้วคนในองค์กรจะพัฒนาไปเอง เปล่าเลย !  ก่อนอื่นคนใน HR Function จะต้องเก่ง ทันสมัย และช่างคิดด้วย ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ Top Management ขององค์กรให้ความสนใจ และสนับสนุนอย่างใกล้ชิด

 

            มิฉะนั้น อย่าว่าแต่คนจบจาก Harvard จะไม่สนใจมาทำงาน HR เลย แม้คนเก่ง ๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยดี ๆ ในประเทศก็ไม่อยากมาร่วมงานด้วย เพราะเหนื่อยเปล่าครับ...

 

 
กลับหน้าหลัก  
Business Management Co., Ltd.  100/75 23rd Floor, Vongvanij-B Building, Rama 9 Road, Huay Kwang, Bangkok 10310
Tel: 0-2645-0152..60     Fax: 0-2645-0161     E-Mail: bmc@consultthai.com