สมรรถนะของทีมงาน “Competency of Teamwork” (ตอนที่ 3) 14 พ.ค. 2552 
ผู้เขียน: อ.อรัญญา ปูรณัน
หมวด: Competency
 

สมรรถนะของทีมงาน “Competency of Teamwork” (ตอนที่ 3)

 

อรัญญา  ปูรณัน*

 

              ในตอนที่แล้ว เราได้รู้จักกระบวนการเรียนรู้ของการพัฒนาสมรรถนะทีมงานในรูปแบบต่างๆกันแล้วนะคะ คราวนี้มารู้จักบุคคลสำคัญผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะทีมงานกัน โดยทั่วไปเราเรียกเขาว่า วิทยากรกระบวนการซึ่งในภาษาอังกฤษ ก็คือ “Facilitator”

              Facilitator อาจเรียกย่อๆว่า Fa. เขามิใช่ผู้ประสานงาน หรือวิทยากร แต่เป็นทั้งวิทยากร  ผู้ประสานงาน ผู้คอยสังเกต กระตุ้น และจูงใจผู้เรียน (Audience) ให้ลงมือปฏิบัติ จะฝึกให้คิด เกิดความรู้สึก เกิดการตัดสินใจ และได้กระทำสิ่งที่มีความหมายสำหรับตัวเอง โดยมีความเชื่อพื้นฐานที่ว่า พฤติกรรมของบุคคลมิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่บุคคลนั้นเชื่อ หรือเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ตนเองมากที่สุด

              คุณสมบัติของ Fa. นอกจากจะต้องมีความรู้ในเนื้อหาที่ตนเองจะเข้าไปดำเนินการ เช่น เรื่องยุทธศาสตร์องค์กร  การพัฒนาผู้นำ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาสมรรถนะของทีมงาน แล้วยังควรเข้าใจบรรยากาศการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ด้วย (Sets an Adult Learning Climate)

บทบาทหน้าที่และคุณสมบัติในการเป็น Fa.โดยทั่วไป พอสรุปได้ดังนี้ :-

      เป็นผู้สร้างความคิดที่ท้าทาย ยกระดับคุณค่าของสาระนั้น (Challenges thinking)

      เป็นผู้กำหนดประเด็นของการเรียนรู้ที่เหมาะสม (Creates lists)

      เป็นผู้สรุปประเด็นจากการแสดงความคิดเห็นของผู้เรียน (Summarizes)

      ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งความคิดเห็นจาก Fa. (Shares ideas)

      คอยจัดเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ช่วยการเรียนรู้ (Provides handouts)

      ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง เช่น การให้เกียรติ ให้ความเคารพ การสื่อสาร การรักษาเวลา เป็นต้น (Serves as a model)

      สามารถตั้งคำถามได้อย่างเหมาะสม แต่ละคำถามมีความหมาย และครอบคลุมทุกประเด็น (Raises questions)

      สามารถนำการถกประเด็นในความคิดที่แตกต่างของหมู่สมาชิกได้ (Guides discussion)

      มีความคิดอ่านที่เฉียบแหลม จับประเด็นได้อย่างรวดเร็ว มีปฏิภาณไหวพริบเป็นอย่างดี (Restates ideas)

      สามารถวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์  (Provides constructive criticism)

 

              Fa.จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมากพอที่จะพัฒนาศักยภาพของตนออกมาได้ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา (Mind & Spirit & Body) ทำให้เกิดการคิดที่เป็นระบบ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์อย่างตรงไปตรงมา ร่วมกันคิดร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ไขปัญหา เป็นผู้ที่ทำให้สมาชิกค้นพบคุณค่า (Value) ของเนื้อหาสาระด้วยตัวเอง

 

              ในทำนองเดียวกัน วิทยากรกระบวนการผู้สร้างสมรรถนะทีมงาน หรือ Fa. ของเรา ก็ควรมีความรู้ความเข้าใจแตกฉานในเรื่องของกลุ่ม / ทีม และเข้าใจองค์ประกอบของทีม ว่าประกอบไปด้วยเป้าหมาย แนวทางไปสู่เป้าหมาย การทำงานร่วมกัน การแบ่งหน้าที่ การสื่อสาร และความร่วมมือกัน

              Fa. มีหน้าที่จัดเตรียมเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ รวมทั้งวิธีการปฏิสัมพันธ์มาเป็นอย่างดี คอยจัดเตรียมเทคนิควิธีการในรูปแบบต่างๆ รู้เป้าหมายของกิจกรรมที่ตนจะจัดขึ้นให้แก่กลุ่ม หรือทีมงาน เช่น กรณีศึกษา สถานการณ์จำลอง หรือกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะสมกับทีมงานแต่ละระดับ โดยเลือกสรรและดำเนินการอย่างถูกจริต ถูกกาลเทศะ และถูกต้องดีงาม สอดคล้องกับเป้าหมายของทีมและที่องค์กรต้องการ เขาจะมองเห็นทิศทาง และดำเนินกระบวนการไปให้ถึงคุณค่านั้น เพื่อให้สมาชิกในทีมที่จะพัฒนาเกิดการเรียนรู้ขึ้นได้ ต้องสามารถเลือกใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี Audiovisuals ที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Learning by Doing) รวมทั้ง เทคนิควิธีการฝึกอบรมแบบต่างๆ ที่จะสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนาสมรรถนะของทีมงานได้ 

              Fa.จึงต้องคอยตรวจสอบสนามพลังของสมาชิกในทีมที่จะพัฒนา สร้างบรรยากาศ(Atmosphere) ความตื่นตาตื่นใจ สร้างสิ่งแวดล้อม(Physical  Environment) สร้างความเป็นมิตร(Relation) และสร้างจิตวิญญาณให้เกิดขึ้น(Spiritual) เพื่อพัฒนาให้ทีมงานเกิดค่านิยม และทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน  รวมทั้งต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเฉพาะหน้าและค้นหาวิธีการที่จะทำให้ทีมงานเกิดการเรียนรู้ ทั้งที่เกิดขึ้นจาก Fa. และจากสมาชิกทีมงานด้วยกัน

              นอกจากนี้ Fa. ยังต้องพยายามส่งเสริมให้สมาชิกทีมมีวินัยในการเรียนรู้ 5 ประการ คือ

      การมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Personal Mastery)

      มีรูปแบบวิธีการคิดและมุมมองที่เปิดกว้าง (Mental Models)

      มีการสร้างและสานวิสัยทัศน์ (Shared Vision)

      มีการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning)

      มีความคิดความเข้าใจเชิงระบบ (Systems Thinking)

              คราวนี้ เราจะเชื่อได้หรือยังคะว่าคนที่ทำงานเป็นทีมได้ นั้นแตกต่างจากคนที่ทำงานเป็นทีมเป็น ประสิทธิภาพของทีมที่เกิดขึ้นสามารถเห็นได้จากผลงาน ซึ่งไม่แตกต่างจากการพิจารณาสมรรถนะของบุคคล ดังที่ DAVID MCCLELLAND, 1991 เคยกล่าวไว้ว่า

              ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องเป็นคนฉลาด แต่คนที่ฉลาดทุกคนอาจไม่ได้มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นทุกคน สิ่งที่แยกระหว่างผู้ที่ฉลาดและมีผลการปฏิบัติงานดีกับผู้ฉลาดที่มีผลการปฏิบัติงานในระดับปานกลางคือ สมรรถนะ

 

บทสรุป

              Competency of Teamwork เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวคนทำงาน เพราะเป็นการพัฒนาจากตัวบุคคล สู่ทีมงาน และทีมผู้บริหาร เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ปฏิบัติงานร่วมกัน จนกลายเป็นพฤติกรรมในภาพรวมระดับองค์กร ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้โดยมี Facilitator เป็นผู้สร้างกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร  ผลลัพธ์ที่พึงได้จึงหาใช่เพียงการประเมิน  Competency เพื่อปรับระดับของสมรรถนะ (Proficiency Level)  ของพนักงานเท่านั้น หากแต่เป็นการทำให้เกิดบรรยากาศ   ค่านิยม และทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร โดยผ่านกระบวนการของการเรียนรู้ (Learning Process) และประสบการณ์ที่ได้รับร่วมกัน3

 

 -------------------------------------------

1  Barbazette, Jean. “The Trainer’s journey to competence: Tools Assessments and models.” 2005,p15

2  Senge, Peter M. “The Fifth Discipline- Art and Practice of the Learning Organization”

    MIT Sloan School of   Management.1990.

3  Meyer, Paul J. “A World of Success.”1977, p.18.

 

 
กลับหน้าหลัก  
Business Management Co., Ltd.  100/75 23rd Floor, Vongvanij-B Building, Rama 9 Road, Huay Kwang, Bangkok 10310
Tel: 0-2645-0152..60     Fax: 0-2645-0161     E-Mail: bmc@consultthai.com