|
สมรรถนะของทีมงาน “Competency of Teamwork” (ตอนที่ 3)
อรัญญา ปูรณัน*
ในตอนที่แล้ว เราได้รู้จักกระบวนการเรียนรู้ของการพัฒนาสมรรถนะทีมงานในรูปแบบต่างๆกันแล้วนะคะ คราวนี้มารู้จักบุคคลสำคัญผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะทีมงานกัน โดยทั่วไปเราเรียกเขาว่า “วิทยากรกระบวนการ” ซึ่งในภาษาอังกฤษ ก็คือ “Facilitator”
Facilitator อาจเรียกย่อๆว่า Fa. เขามิใช่ผู้ประสานงาน หรือวิทยากร แต่เป็นทั้งวิทยากร ผู้ประสานงาน ผู้คอยสังเกต กระตุ้น และจูงใจผู้เรียน (Audience) ให้ลงมือปฏิบัติ จะฝึกให้คิด เกิดความรู้สึก เกิดการตัดสินใจ และได้กระทำสิ่งที่มีความหมายสำหรับตัวเอง โดยมีความเชื่อพื้นฐานที่ว่า “พฤติกรรมของบุคคลมิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่บุคคลนั้นเชื่อ หรือเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ตนเองมากที่สุด”
คุณสมบัติของ Fa. นอกจากจะต้องมีความรู้ในเนื้อหาที่ตนเองจะเข้าไปดำเนินการ เช่น เรื่องยุทธศาสตร์องค์กร การพัฒนาผู้นำ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาสมรรถนะของทีมงาน แล้วยังควรเข้าใจบรรยากาศการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ด้วย (Sets an Adult Learning Climate)
บทบาทหน้าที่และคุณสมบัติในการเป็น Fa.โดยทั่วไป พอสรุปได้ดังนี้ :-
• เป็นผู้สร้างความคิดที่ท้าทาย ยกระดับคุณค่าของสาระนั้น (Challenges thinking)
• เป็นผู้กำหนดประเด็นของการเรียนรู้ที่เหมาะสม (Creates lists)
• เป็นผู้สรุปประเด็นจากการแสดงความคิดเห็นของผู้เรียน (Summarizes)
• ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งความคิดเห็นจาก Fa. (Shares ideas)
• คอยจัดเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ช่วยการเรียนรู้ (Provides handouts)
• ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง เช่น การให้เกียรติ ให้ความเคารพ การสื่อสาร การรักษาเวลา เป็นต้น (Serves as a model)
• สามารถตั้งคำถามได้อย่างเหมาะสม แต่ละคำถามมีความหมาย และครอบคลุมทุกประเด็น (Raises questions)
• สามารถนำการถกประเด็นในความคิดที่แตกต่างของหมู่สมาชิกได้ (Guides discussion)
• มีความคิดอ่านที่เฉียบแหลม จับประเด็นได้อย่างรวดเร็ว มีปฏิภาณไหวพริบเป็นอย่างดี (Restates ideas)
• สามารถวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ (Provides constructive criticism)
Fa.จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมากพอที่จะพัฒนาศักยภาพของตนออกมาได้ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา (Mind & Spirit & Body) ทำให้เกิดการคิดที่เป็นระบบ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์อย่างตรงไปตรงมา ร่วมกันคิดร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ไขปัญหา เป็นผู้ที่ทำให้สมาชิกค้นพบคุณค่า (Value) ของเนื้อหาสาระด้วยตัวเอง
ในทำนองเดียวกัน วิทยากรกระบวนการผู้สร้างสมรรถนะทีมงาน หรือ Fa. ของเรา ก็ควรมีความรู้ความเข้าใจแตกฉานในเรื่องของกลุ่ม / ทีม และเข้าใจองค์ประกอบของทีม ว่าประกอบไปด้วยเป้าหมาย แนวทางไปสู่เป้าหมาย การทำงานร่วมกัน การแบ่งหน้าที่ การสื่อสาร และความร่วมมือกัน
Fa. มีหน้าที่จัดเตรียมเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ รวมทั้งวิธีการปฏิสัมพันธ์มาเป็นอย่างดี คอยจัดเตรียมเทคนิควิธีการในรูปแบบต่างๆ รู้เป้าหมายของกิจกรรมที่ตนจะจัดขึ้นให้แก่กลุ่ม หรือทีมงาน เช่น กรณีศึกษา สถานการณ์จำลอง หรือกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะสมกับทีมงานแต่ละระดับ โดยเลือกสรรและดำเนินการอย่างถูกจริต ถูกกาลเทศะ และถูกต้องดีงาม สอดคล้องกับเป้าหมายของทีมและที่องค์กรต้องการ เขาจะมองเห็นทิศทาง และดำเนินกระบวนการไปให้ถึงคุณค่านั้น เพื่อให้สมาชิกในทีมที่จะพัฒนาเกิดการเรียนรู้ขึ้นได้ ต้องสามารถเลือกใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี Audiovisuals ที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Learning by Doing) รวมทั้ง เทคนิควิธีการฝึกอบรมแบบต่างๆ ที่จะสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนาสมรรถนะของทีมงานได้
Fa.จึงต้องคอยตรวจสอบสนามพลังของสมาชิกในทีมที่จะพัฒนา สร้างบรรยากาศ(Atmosphere) ความตื่นตาตื่นใจ สร้างสิ่งแวดล้อม(Physical Environment) สร้างความเป็นมิตร(Relation) และสร้างจิตวิญญาณให้เกิดขึ้น(Spiritual) เพื่อพัฒนาให้ทีมงานเกิดค่านิยม และทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเฉพาะหน้าและค้นหาวิธีการที่จะทำให้ทีมงานเกิดการเรียนรู้ ทั้งที่เกิดขึ้นจาก Fa. และจากสมาชิกทีมงานด้วยกัน
นอกจากนี้ Fa. ยังต้องพยายามส่งเสริมให้สมาชิกทีมมีวินัยในการเรียนรู้ 5 ประการ คือ
• การมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Personal Mastery)
• มีรูปแบบวิธีการคิดและมุมมองที่เปิดกว้าง (Mental Models)
• มีการสร้างและสานวิสัยทัศน์ (Shared Vision)
• มีการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning)
• มีความคิดความเข้าใจเชิงระบบ (Systems Thinking)
คราวนี้ เราจะเชื่อได้หรือยังคะว่าคนที่ทำงานเป็นทีมได้ นั้นแตกต่างจากคนที่ทำงานเป็นทีมเป็น ประสิทธิภาพของทีมที่เกิดขึ้นสามารถเห็นได้จากผลงาน ซึ่งไม่แตกต่างจากการพิจารณาสมรรถนะของบุคคล ดังที่ DAVID MCCLELLAND, 1991 เคยกล่าวไว้ว่า
“ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องเป็นคนฉลาด แต่คนที่ฉลาดทุกคนอาจไม่ได้มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นทุกคน สิ่งที่แยกระหว่างผู้ที่ฉลาดและมีผลการปฏิบัติงานดีกับผู้ฉลาดที่มีผลการปฏิบัติงานในระดับปานกลางคือ สมรรถนะ”
บทสรุป
Competency of Teamwork เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวคนทำงาน เพราะเป็นการพัฒนาจากตัวบุคคล สู่ทีมงาน และทีมผู้บริหาร เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ปฏิบัติงานร่วมกัน จนกลายเป็นพฤติกรรมในภาพรวมระดับองค์กร ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้โดยมี Facilitator เป็นผู้สร้างกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ผลลัพธ์ที่พึงได้จึงหาใช่เพียงการประเมิน Competency เพื่อปรับระดับของสมรรถนะ (Proficiency Level) ของพนักงานเท่านั้น หากแต่เป็นการทำให้เกิดบรรยากาศ ค่านิยม และทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร โดยผ่านกระบวนการของการเรียนรู้ (Learning Process) และประสบการณ์ที่ได้รับร่วมกัน3
-------------------------------------------
1 Barbazette, Jean. “The Trainer’s journey to competence: Tools Assessments and models.” 2005,p15
2 Senge, Peter M. “The Fifth Discipline- Art and Practice of the Learning Organization”
MIT Sloan School of Management.1990.
3 Meyer, Paul J. “A World of Success.”1977, p.18.
|