ทัศนคติแบบไหน - โอกาสเลือกเป็นของท่าน ? 31 ก.ค. 2552 
ผู้เขียน: อาจารย์พิพัฒน์ กาญจนวิโรจน์
หมวด: Psychology
 

ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จจริงๆ จึงมีจำนวนน้อย

เราจะโทษใครดีในเมื่อทุกคนมีโอกาสเท่ากัน

และทำไมธุรกิจอีกมากมายจึงล้มเหลว

คำถามสองข้อนี้เกี่ยวข้องกันตรงไหน

บางทีเราอาจจะได้คำตอบโดยตั้งคำถามอีกข้อ

เงินหรือ ?

ไม่จำเป็น บริษัทจำนวนมากที่เริ่มต้นจากเงินทุนเล็กน้อยได้สำเร็จอย่างใหญ่โต บริษัทเหล่านั้นมีสิ่งซึ่งเงินไม่อาจซื้อได้ นั่นคือคนที่มีทัศนคติที่ดีทำงานด้วย

โชคหรือ ?

โชคอาจช่วยได้บางตอน แต่โชคไม่อาจประกันความสำเร็จ

หรือเป็นเพราะมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดีในเวลาที่พอเหมาะ ?

อาจจะใช่ และจะต้องมีการจำหน่ายและการให้บริการอย่างถูกต้องเพื่อที่จะได้มาซึ่งกำไร ซึ่งเป็นเครื่องชี้ความสำเร็จของธุรกิจนั้น

ฝ่ายจัดการหรือ ?

ไม่น้อยทีเดียว แต่ฝ่ายจัดการจะต้องมีคนดีที่จะจัดการ

เมื่อมาถึงตรงนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จก็คือคนที่ธุรกิจนั้นใช้อยู่รวมทั้งทัศนคติที่คนเหล่านั้นมีต่องาน

ทัศนคติที่ถูกต้องจะนำไปสู่ความสำเร็จ ทัศนคติที่ผิดจะนำไปสู่ความตกต่ำและความล้มเหลว ให้กับทั้งธุรกิจและคนที่ทำงาน

 

ทุกวันนี้ คนทุกคนอยากได้งาน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่อยากทำงาน

คนส่วนมากต้องการเงินเดือน ความมั่นคง สวัสดิการ บำเหน็จ บำนาญและผลประโยชน์อื่นๆ แต่ไม่ต้องการรับผิดชอบในการทำงาน ในการคิด ในการศึกษา ในการวางแผนเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทซึ่งนอกเหนือไปจากที่กำหนดให้ทำ

คนเหล่านี้มักจะลืมไปว่า คำว่า ทำงาน นั้น ไม่ได้หมายเฉพาะการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จไปวันหนึ่งๆ

คนนั้นไม่อาจจะเรียกว่าทำงานเพียงเฉพาะถูกจ้างวันละ 8 ชั่วโมง

เขาคิดถึงอะไรในขณะปฏิบัติงานประจำหรือในเวลานอกงาน

เขานึกถึงวิธีที่จะทำให้งานดีขึ้นบ้างหรือไม่

เขานึกถึงว่าเขาจะทำอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์แก่บริษัทเพิ่มขึ้นบ้างไหม

ทัศนคติของเขาที่มีต่องาน ต่อบริษัท เพื่อนร่วมงานและต่ออนาคตของเขาเป็นอย่างไร

สรุปแล้ว สิ่งที่เรียกว่า ความสำเร็จ เริ่มต้นจากทัศนคติ

บริษัท (ซึ่งหมายถึงคนในนั้น) จะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยการคิดที่จะประสบความสำเร็จ

จะต้องมีจุดหมายร่วมกัน ซึ่งทุกคนพยายามทำทุกอย่างที่จะให้ถึง

ทุกคนจะต้องทำผลิตภัณฑ์ที่ดี ให้บริการที่ดี มีความภูมิใจในผลงานที่ดีของตน ทำกำไร จัดการการเงินเพื่อการเติบโตต่อไป และสร้างเงินสำรองให้สูงขึ้นและจ่ายเงิน เพื่อการค้นคว้าและการปรับปรุง

ทุกคนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเจ้าของเท่านั้น แต่หมายถึงคนงานและพนักงานทุกคนไม่ว่างานเขาจะเป็นอย่างไร

ท่านเอง เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเหมือนกับทุกคนในบริษัทตั้งแต่ผู้จัดการใหญ่ลงมา

เมื่อ 40 50 ปีมาแล้ว รถยนต์ญี่ปุ่นเป็นที่ดูถูกมาก คนไทยที่จะซื้อรถยนต์ ใครมาบอกให้ซื้อรถยนต์ญี่ปุ่นก็จะส่ายหัวดิก มีผู้ใหญ่ในวงการธุรกิจคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นบริษัทหนึ่ง ประธานบริษัทมีคนขับรถซึ่งพูดกันแทบไม่รู้เรื่องเพราะใช้ภาษาที่ต่างกันมาก แต่ทั้งสองคนมีจุดหมายเหมือนกัน คือ เราจะเป็นบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและในที่สุดเราจะเป็นบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาถึงปัจจุบัน จุดหมายนี้ก็เป็นความจริงแล้ว

ทัศนคติของท่านที่มีต่องานไม่ได้มีผลเฉพาะกับความก้าวหน้าของท่านเท่านั้น แต่มีผลถึงทัศนคติและความก้าวหน้าของเพื่อนร่วมงานของท่านทุกๆคน และส่งผลถึงกำไรและความก้าวหน้าของบริษัทของท่าน

คนจะไม่รู้สึกล้มเหลวเลยถ้าคิดว่าความสำเร็จของบริษัทเป็นความสำเร็จของตนเอง

โดยทัศนคติที่ดีต่องานเท่านั้นที่จะทำให้ธุรกิจของเราดีขึ้น ทำให้มีงานมากขึ้น สังคมสมบูรณ์ขึ้น ความยากจนลดน้อยลง และสภาพความเป็นอยู่ของทุกๆคนจะดีขึ้น

สิ่งนี้ไม่ใช่ความคิดใหม่ แต่เป็นความคิดที่คนส่วนมากมักจะลืม

นักปราชญ์ผู้หนึ่งได้เขียนไว้เมื่อ 100 ปีกว่ามาแล้วว่า

ถ้าท่านทำงานให้ใคร จงทำงานให้เขา ถ้าเขาจ่ายค่าจ้างให้ท่าน จงทำงานให้เขา คิดดีต่อเขา พูดดีต่อเขาและเป็นปากเป็นเสียงให้งานของเขา

นี่ไม่ใช่ทัศนคติที่เราต้องการหรือ

นี่ไม่ใช่ทัศนคติอย่างเดียวที่จะขจัดความยุ่งยากล้มเหลวของธุรกิจและในชีวิตของผู้ทำงาน

การทำงานนั้นเป็นได้ทั้งความเบื่อหน่าย และเป็นได้ทั้งโอกาสที่จะทำความสำเร็จ ทำประโยชน์ หรือทำสิ่งที่เกิดคุณค่ากับตนเองและกับบริษัท

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทำเอง

บุคคลหนึ่งกล่าวว่า เคล็ดลับของความสำเร็จในงานของเรานั้น ไม่ใช่อยู่กับการที่ได้ทำงานที่เราชอบ แต่อยู่กับการทำตัวเราให้ชอบในงานที่เราต้องทำ

เราจะต้องทำตัวให้ชอบงานที่มีอยู่ นั่นคือ การให้ผลงานที่มีค่าแก่ผู้อื่น สิ่งนี้คือทัศนคติของเรา

ถ้าท่านอ่านมาถึงตรงนี้ ท่านจะต้องอยากรู้ว่า ท่านสามารถจะช่วยแก้ไขทัศนคติบางประการ ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อขวัญ ประสิทธิภาพและความก้าวหน้าของคนส่วนใหญ่อย่างไรบ้าง

ดังนั้น เราลองมาดูทัศนคติ ที่มีอยู่ทุกวันนี้ในบริษัทและองค์การธุรกิจต่างๆ ทัศนคติเหล่านี้เป็นของนักธุรกิจ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ผู้จัดการ หัวหน้างาน คนงาน

ถ้าท่านพบว่าข้อใดเป็นทัศนคติที่ผิดก็แก้ไขเสีย ข้อใดดีอยู่แล้วก็รักษาไว้ใช้ก็นับว่ามีประโยชน์ไม่น้อย โดยสรุป นี่คือจุดประสงค์ของบทความนี้

----------------------------------------------------------

ท่านรู้สึกไหมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่ธุระของท่าน ตราบเท่าที่มีคนอื่นรับผิดชอบอยู่

----------------------------------------------------------

ท่านวิพากษ์วิจารณ์บริษัท ตำหนิวิธีการและพนักงานกับคนนอกหรือแม้กับเพื่อนพนักงานด้วยกันหรือเปล่า

----------------------------------------------------------

ท่านเพียงแต่ทำตามที่ได้รับคำสั่ง หรือท่านพยายามหางานและความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เพื่อให้ตัวท่านมีค่ายิ่งขึ้นกับบริษัท

----------------------------------------------------------

ถ้าท่านได้ทำสิ่งที่นอกเหนือจากงานปกติ ท่านได้ทำไปเพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับบริษัท หรือเพียงแค่คิดว่าจะถูกใจเจ้านายเท่านั้น

----------------------------------------------------------

ท่านจะไม่ให้ความช่วยเหลือแนะนำกับคนอื่นในแผนกของท่าน เพราะรู้สึกว่าคนเหล่านี้อาจจะมีผลกับความก้าวหน้าของท่านบ้างหรือไม่

----------------------------------------------------------

ท่านระวังเรื่องผลกำไรของบริษัท โดยพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองเพื่อตัดค่าใช้จ่าย หรือท่านมีทัศนคติว่า ฉันไม่เกี่ยว ให้ผู้ใหญ่เขาวุ่นกันไปก็แล้วกัน

----------------------------------------------------------

ถ้ามีใครคนหนึ่งขาดงานไปและจะต้องมีคนช่วย ท่านจะอาสาเป็นคนแรกหรือปล่อยให้คนอื่นอาสา

 

ท่านจะตรวจดูข้อบกพร่องของงานของท่านเสมอเพื่อให้ได้ดีที่สุด หรือท่านมีทัศนคติว่า คิดว่าคงใช้ได้น่ะ

----------------------------------------------------------

ท่านรู้หรือพยายามเรียนงานต่างๆ นอกเหนือจากความรับผิดชอบของท่านเพื่อว่าถ้าต้องการความช่วยเหลือแล้ว ท่านอาจจะช่วยได้ หรือไม่เคยสนใจเลย

----------------------------------------------------------

ท่านรู้สึกว่างานคือสิ่งซึ่งจะต้องทำเพื่อมีชีวิตอยู่ หรือถือว่างานเป็นโอกาสที่ท่านจะได้มีค่าต่อบริษัท ครอบครัว สังคม และตนเอง

----------------------------------------------------------

มีคนๆ หนึ่งยังหนุ่ม ถ้าเปรียบเทียบกับคนอื่น ได้รับเลือกเป็นเอกฉันท์ให้เป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทใหญ่โตที่สุดแห่งหนึ่ง

ในกระบวนพนักงาน 6,000 กว่าคน คนที่แปลกใจมากที่สุดคือตัวเขาเอง

เขาเป็นคนที่ทำงานไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เขารักงานของเขา และเขาแสดงให้เห็นโดยทัศนคติของเขาที่มีต่องาน จากการไต่ขึ้นมาจากระดับล่างสุด เขารู้ถึงงานทุกขั้นอย่างแท้จริงโดยการทำงานอย่างดีที่สุด และตลอดมาเขาได้เป็นตัวอย่างให้ผู้ที่อยู่รอบๆตัวได้สร้างทัศนคติต่องานแบบเดียวกับเขา

นี่คือหนทางในการสร้างงานที่ยิ่งใหญ่ สร้างคนที่ยิ่งใหญ่ และสร้างบริษัทที่ยิ่งใหญ่

ทัศนคติของท่านล่ะเป็นอย่างไร

----------------------------------------------------------

ท่านไม่ยอมรับการติเตียนหรือเปล่า ท่านโวยวายเมื่องานของท่านถูกตำหนิบ้างไหม หรือท่านตระหนักดีว่าผลประโยชน์ของบริษัทนั้นย่อมมาเหนือสิ่งอื่นใด โดยสรุปแล้ว การตำหนิอย่างจริงใจเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งในการฝึกอบรมในงานทุกหน้าที่

----------------------------------------------------------

งานพิเศษล่ะ ท่านเป็นคนประเภทที่ถือว่าบริษัทมีสิทธิให้ท่านทำเท่าที่ได้ตกลงกันหรือที่กำหนดไว้เท่านั้นหรือเปล่า

นี่คือทัศนคติที่อันตราย

มีภาษิตว่า ผู้ทำเฉพาะงานที่มีเงิน คือผู้ที่จะไม่ได้เงินจากงานที่ทำเลย

----------------------------------------------------------

ทัศนคติของท่านที่มีต่อบริษัทและงานของท่านจะเหมือนกับทัศนคติของผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของหรือไม่

----------------------------------------------------------

ท่านรู้สึกอยู่บ่อยๆ หรือเปล่าว่า ท่านต้องผิดหวังและเสียใจที่ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร นี่ถือทัศนคติที่จะลดความสามารถ ผลงาน และคุณค่าของท่าน

จงจำไว้ว่า นายจ้างที่ดีทุกคนรู้ว่าธุรกิจของเขาจะก้าวหน้าไปไม่ได้ ถ้าคุณทำงานไม่ก้าวหน้า และนายจ้างรู้ว่าการเลื่อนคนที่มีความสามารถขึ้นไปทำงานที่สูงกว่านั้นเป็นประโยชน์กับบริษัท

----------------------------------------------------------

เพื่อนร่วมงานท่านเป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ท่านมีทัศนคติต่อเขาอย่างไร ท่านช่วยเขา หนุนเขา ชมเชยเขาบ้างหรือเปล่า นี่คือสปิริตที่สร้างทีมให้แข็งแกร่งไม่ว่าในสนามฟุตบอล สนามรบ หรือในธุรกิจ

----------------------------------------------------------

ท่านมีทัศนคติต่ออำนาจอย่างไร ผู้ที่ทำงานต้องทำตามคำสั่งผู้ที่เหนือกว่าผลประโยชน์ของบริษัทนั้นจะต้องมาเหนือความรู้สึกส่วนตัวของบุคคล ทุกคนมีหน้าที่ต้องรับและเคารพอำนาจของผู้ที่อยู่เหนือกว่า เช่นเดียวกับคำสั่งของผู้ตัดสินฟุตบอลย่อมถือเป็นเด็ดขาด

----------------------------------------------------------

เมื่อเราคิดได้ว่า ครึ่งหนึ่งของชีวิตเราหรือมากกว่านั้นคือการทำงาน เราก็ไม่อาจหนีความจริงได้ว่า ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิตของเรานั้นขึ้นอยู่กับทัศนคติของเราที่มีต่องาน

ขอย้ำอีกครั้ง

ทัศนคติที่ดีจะส่งผลถึงความสำเร็จ ความพอใจ ความมีประโยชน์และคุณค่าที่มีต่อคนอื่น

ทัศนคติที่ผิดจะส่งผลถึงความตกต่ำหรือความล้มเหลว ความไม่พอใจในชีวิต

ทุกคนจะมีสิทธิที่จะตัดสินใจเอาเองว่าจะเลือกทัศนคติแบบไหน







--------------------------------------------------------------------------------------------------

อ.พิพัฒน์ กาญจนวิโรจน์
ที่ปรึกษาอาุวุโส บริษัท การจัดการธุรกิจ จำกัด


 

 
กลับหน้าหลัก  
Business Management Co., Ltd.  100/75 23rd Floor, Vongvanij-B Building, Rama 9 Road, Huay Kwang, Bangkok 10310
Tel: 0-2645-0152..60     Fax: 0-2645-0161     E-Mail: bmc@consultthai.com