ทำงานหน้าที่บริหารบุคคล ย่อมจะมีโอกาสได้เกี่ยวข้องพบเห็นคุ้นเคยกับพฤติกรรมของคนทำงานหลากหลายอาชีพ หลายกรณีเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบหรือศีลธรรมอันดี เช่น ลูกจ้างแก้ไขใบรับรองแพทย์ ซึ่งตนเองยื่นต่อนายจ้าง โดยเพิ่มจำนวนวันที่แพทย์ให้หยุดพักรักษาตัวอีก 1 วัน เป็นการปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอมต่อนายจ้าง (คำพิพากษาฎีกา 2334/2523)
พยาบาลเป็นวิชาชีพเฉพาะที่อาจกระทำให้นายจ้าง หรือ ผู้อื่นได้รับความเสียหายได้ เช่นเดียวกับแพทย์ แม้ว่าจะมีเจตนาดี ต้องการให้การดูแลรักษาผู้ป่วย แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุประเภทเลินเล่อ หรือเหตุอื่นใด หากพยาบาลนั้นทำให้ผู้อื่นเสียหาย พยาบาลนั้นก็ต้องมีความผิดฐานละเมิด
พยาบาลทำละเมิด
ละเมิด ตามมาตรา 420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “ผู้ใดจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี หรือสิทธิอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
องค์ประกอบสำคัญของ “ละเมิด” คือ
1) กระทำโดยจงใจ หรือ
2) กระทำโดยประมาทเลินเล่อ
3) ทำให้เขาเสียหาย
ผู้ทำละเมิด ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
“ละเมิด” ตามความหมายของมาตรา 420 ผู้กระทำผิด นอกจากต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว อาจเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือ ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
กรณีพยาบาลต้องรับผิดในทางแพ่ง ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย คือ ผู้ป่วย หรือญาติของผู้ป่วย เพราะเหตุกระทำโดยจงใจ หรือ กระทำโดยประมาทของพยาบาลนั้น ผู้ที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย จะเป็นผู้ใด สถานพยาบาล ในฐานะนายจ้าง แพทย์ หรือ พยาบาล หรือ ต้องรับผิดร่วมกัน
หากพยาบาลกระทำโดยจงใจ หรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เช่น พยาบาลเขียนบันทึกเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้น ทั้ง ๆ ที่ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่พยาบาลกลับบันทึกว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้น ทำให้ไม่มีผู้ดูแลผู้ป่วยโดยใกล้ชิด เมื่อผู้ป่วยลุกขึ้นจากเตียงไปเข้าห้องน้ำเอง และหกล้ม เสียชีวิต เป็นกรณีบันทึกข้อความผิดไปจากความจริง จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยถึงแก่ความตาย จึงเป็นเรื่องที่พยาบาลต้องรับผิดชอบ ในความผิดอาญา ต้องรับผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 29 แต่หากผู้ป่วยไม่ตาย แต่ได้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 300 พยาบาลต้องรับผิดทางแพ่งฐานละเมิดตามมาตรา 420
ในกรณีที่พยาบาลทำละเมิด โดยความประมาทธรรมดา โดยถือหลักว่า ทำงานก็อาจเพลี่ยงพล้ำ หรือ ผิดพลาดพลั้งเผลอได้ โดยผู้นั้นได้ใช้ความระมัดระวังและความชำนิชำนาญควรแก่เหตุ (exercise due care and skill) พยาบาลไม่ต้องรับผิด แต่หน่วยงานของรัฐ คือ โรงพยาบาลต้องรับผิดชอบ โดยไม่อาจจะไล่เบี้ย เพื่อให้พยาบาลนั้นรับผิดได้ เพราะถือว่า การทำงานนั้น เป็นธรรมดาย่อมจะเกิดความบกพร่อง ผิดพลาดได้ แม้ว่าจะได้ใช้ความระมัดระวังแล้ว
หากพยาบาลนั้นทำงานในสถานพยาบาลเอกชน และ พยาบาลทำละเมิด ก็ต้องชดใช้สินไหมทดแทนโดยนายจ้าง คือสถานพยาบาล ต้องรับผิดด้วย และย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอากับพยาบาลได้เต็มจำนวน โดยไม่ต้องพิจารณาว่า พยาบาลทำละเมิดโดยจงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือประมาทเลินเล่อธรรมดา ดังเช่นโรงพยาบาลของรัฐ
นอกจากนั้น พยาบาลอาจต้องรับผิดชอบในการดูแลรักษาผู้ป่วย ดังเช่นที่ปรากฏในกฎหมายบางมาตรา ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของพยาบาล ซึ่งพยาบาลต้องได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญาได้
ฆ่าผู้อื่น แม้ว่าจะทำให้ผู้ป่วยพ้นจากความทุกข์ทรมาน และผู้ป่วย / ญาติผู้ป่วยยินยอมหรือร้องขอ
มาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษ ประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต หรือ จำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
ความผิดฐานทอดทิ้งผู้ป่วย
มาตรา 357 ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมาย หรือ ตามสัญญาต้องดูแลผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้ เพราะอายุ ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้นั้น เสีย โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดฐานประมาท
มาตรา 390 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้น เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เปิดเผยความลับของผู้ป่วย
มาตรา 323 ผู้ใดล่วงรู้ หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่น โดยเหตุที่เป็น เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกร คนจำหน่ายยา ทางผดุงครรภ์ ผู้พยาบาล นักบวช หมอความ ทนายความ หรือ ผู้สอบบัญชี หรือโดยเหตุที่เป็นผู้ช่วยในการประกอบอาชีพนั้น แล้วเปิดเผยความลับนั้น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ผู้รับการศึกษาอบรมในอาชีพดังกล่าวในวรรคแรก เปิดเผยความลับของผู้อื่น อันตนได้ล่วงรู้ หรือได้มาในการศึกษาอบรมนั้น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
ออกใบรับรองอันเป็นเท็จ
มาตรา 269 ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชี หรือ วิชาชีพอื่นใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดโดยทุจริตใช้หรืออ้างคำรับรองอันเกิดจากการกระทำความผิดตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
ปฏิเสธไม่รับรักษาคนป่วย
มาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในอันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
การทำงานในหน้าที่พยาบาล จึงจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณ มีความรอบคอบ ยึดมั่นในจรรยาบรรณของวิชาชีพ กอร์ปด้วยเจตนาดี มุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยโดยความบริสุทธิ์ใจ
ไม่เชื่ออย่างผิด ๆ ว่า กฎหมายมิไว้ให้ฝ่าฝืน
********************************
|